ชัยนาท – น้ำเหนือไหลเข้าแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มต่อเนื่อง ล่าสุดสถานีวัดน้ำ C2 จ.นครสวรรค์ วัดได้ 1,502 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำเป็น 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานเตรียมปรับเพิ่มเป็น 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมแจ้งเตือน 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูง
วันนี้ (21 ก.ย.) เวลา 18.00 น. สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสถานีวัดน้ำ C2 จ.นครสวรรค์ วัดปริมาณน้ำไหลผ่านได้ 1,502 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เพิ่มการระบายน้ำจาก 990 เป็น 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนบริเวณ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 2.25 เมตร อยู่ที่ระดับ 11.92 เมตร (รทก.) ต่ำกว่าตลิ่ง 6.34 เมตร
ด้านกรมชลประทานประเมินว่าสถานการณ์น้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จึงเตรียมปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 21 กันยายน 2569 ถึงผู้ว่าราชการ 11 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร เพื่อแจ้งประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
หนังสือแจ้งเตือนระบุว่า ในช่วง 1-9 วันข้างหน้า โดยเฉพาะวันที่ 27 กันยายน 2569 คาดว่าจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C2 จ.นครสวรรค์ ประมาณ 1,600-1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขาอีกประมาณ 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลมารวมกันเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ประมาณ 1,900-2,250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
กรมชลประทานจะรับน้ำเข้าระบบชลประทานสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในอัตรา 400-450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 1,300-1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำใน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้แก่ อ.เสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร รวมถึง อ.วิเศษชัยชาญ และป่าโมก จ.อ่างทอง มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 75 เซนติเมตรถึง 1.25 เมตร
อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานระบุว่า การเพิ่มระดับน้ำดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนที่อยู่ภายในคันกั้นน้ำ โดยจะปรับเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันได และหากปริมาณน้ำเหนือเพิ่มขึ้นจนทำให้ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะดำเนินการขออนุญาตประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำตามขั้นตอนต่อไป
กรมชลประทานขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในระยะนี้

