xs
xsm
sm
md
lg

Alibaba อัดฉีดชิป AI ใหม่ "เจิ้นอู่" หุ้นพุ่งรับแผนขยายดาต้าเซ็นเตอร์ 20 กิกะวัตต์ใน 5 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


เอ็ดดี้ หวู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Alibaba Group บนเวที Apsara Conference 2026
บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน "อาลีบาบา" (Alibaba) ใจฟูหุ้นพุ่ง 3% ในตลาดหุ้นฮ่องกง หลังเปิดตัวชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นใหม่ พร้อมประกาศแผนขยายศูนย์ข้อมูล data center ครั้งใหญ่ ตอกย้ำการทุ่มลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนกระแส AI ทั่วโลก

ชิป AI รุ่นใหม่ของ Alibaba ถูกเปิดตัวในงาน Apsara Conference ซึ่งเป็นงานประชุมประจำปีของหน่วยธุรกิจคลาวด์ของ Alibaba ที่เมืองหางโจว บริษัทเรียกชิปรุ่นนี้ว่า "เจิ้นอู่ V900" (Zhenwu V900) ชิป AI รุ่นใหม่ที่บริษัทระบุว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าชิปรุ่นก่อนหน้าอย่าง Zhenwu M890 ซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาถึง 3 เท่า

นอกจากนี้ Alibaba ยังประกาศแผนขยายกำลังการผลิตของศูนย์ข้อมูลของ Alibaba Cloud ทั่วโลกให้มีขนาดมากกว่า 20 กิกะวัตต์ภายในปี 2032 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานระยะยาวที่ครอบคลุมทั้งด้านชิป โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ และโมเดล AI

***สัญญาณมั่นใจครั้งใหญ่ คลาวด์-AI สดใส


เป้าหมาย 20 กิกะวัตต์ภายในปี 2032 ถือเป็นตัวเลขที่สูงมากเมื่อเทียบกับกำลังการผลิตปัจจุบันของ Alibaba Cloud การประกาศระดับนี้บ่งชี้ว่า Alibaba มองเห็นความต้องการใช้บริการ AI และคลาวด์จะเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว และบริษัทพร้อมทุ่มเงินลงทุนมหาศาลเพื่อไม่ให้ตกขบวน

Alibaba วางแผนขยายกำลังการผลิตของศูนย์ข้อมูลของ Alibaba Cloud ทั่วโลกให้มีขนาดมากกว่า 20 กิกะวัตต์ภายในปี 2032
ในส่วนของชิป AI การเปิดตัวครั้งนี้มีนัยสำคัญมากเพราะชิป AI เป็นหน่วยประมวลผลเฉพาะทางที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ AI ต้องใช้ในการเรียนรู้และให้บริการ ยิ่งชิปมีประสิทธิภาพสูงเท่าไร บริษัทก็ยิ่งสามารถพัฒนาโมเดล AI ที่ฉลาดขึ้นและให้บริการลูกค้าได้จำนวนมากขึ้นในต้นทุนที่คุ้มค่ากว่า การมีชิปเหล่านี้ไว้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงในศูนย์ข้อมูลที่กำลังขยายตัว จึงเท่ากับการเพิ่มกำลังการผลิตของธุรกิจ AI โดยตรง

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ก่อนหน้านี้ในเดือนเดียวกัน เอ็นวิเดีย (Nvidia) ประกาศแผนร่วมมือกับพันธมิตรในออสเตรเลียเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดสูงสุด 2 กิกะวัตต์ภายในปี 2027 ขณะที่เมตา (Meta) ก็เปิดเผยเมื่อเดือนกรกฎาคมว่าจะสร้างศูนย์ข้อมูลแห่งแรกในแคนาดา ขนาด 1 กิกะวัตต์ ที่รัฐอัลเบอร์ตา ด้วยงบลงทุนราว 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 3 ปี

***Zhenwu V900 พร้อมรบ 2027

สำหรับชิปเจิ้นอู่ Zhenwu V900 มีกำหนดเริ่มผลิตจำนวนมากและวางจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในไตรมาสแรกของปี 2027 โดยชิปตระกูล Zhenwu ของ Alibaba ในปัจจุบันมีลูกค้าใช้งานแล้วกว่า 650 รายในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งยานยนต์ การเงิน พลังงาน และการผลิต ซึ่งสะท้อนว่าเทคโนโลยีนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่วงการไอที แต่แทรกซึมเข้าไปในภาคธุรกิจจริงแล้ว

Alibaba ยังเปิดเผยว่าโมเดล AI รุ่นถัดไปอย่าง "Qwen 4" อยู่ระหว่างการฝึกฝน (training) พร้อมวางแผนพัฒนาต่อยอดไปสู่ Qwen 4.5 และ Qwen 5 ในอนาคต

เอ็ดดี้ หวู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Alibaba Group ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ อาลีบาบา กรุ๊ป กล่าวว่าการพัฒนาความสามารถในการคิดของเครื่องจักร (machine thinking) ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันของ AI กับยุคเริ่มต้นของการใช้ไฟฟ้า และระบุว่าเทคโนโลยีการเขียนโค้ดด้วย AI ก็เปรียบเสมือน "หลอดไฟดวงแรก" ของยุคปัญญาประดิษฐ์

ทั้งนี้ หัวเว่ย (Huawei) คู่แข่งในประเทศจีนก็เพิ่งเปิดตัวโครงสร้างพื้นฐาน AI ใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อนเช่นกัน โดยระบุว่าสามารถขยายขนาดได้สูงสุดถึง 1 ล้านหน่วยประมวลผล


สำหรับงาน Apsara Conference ปีนี้ Alibaba ยังเผยแผนพัฒนาซีพียู Yitian 720 และ Yitian 730 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงาน agentic AI โดยเฉพาะ ซึ่งการมีทั้งชิป AI อย่าง Zhenwu และซีพียูทั่วไปอย่าง Yitian อยู่ในมือ สะท้อนว่า Alibaba ต้องการควบคุมทั้งชิปเร่งความเร็ว AI และหน่วยประมวลผลหลักของศูนย์ข้อมูลด้วย ซึ่งเป็นกลยุทธ์เดียวกับที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อื่น ๆ พยายามทำเพื่อลดการพึ่งพาผู้ผลิตชิปภายนอก

นอกจากนี้ยังมีโมเดล Qwen3.8-Max ที่สามารถวนรอบพัฒนาตัวเองได้ถึง 33 รอบในเวลากว่าหนึ่งเดือน และยังใช้ AI ช่วยออกแบบชิปจนลดพื้นที่ชิปได้ 42% โดยไม่เสียประสิทธิภาพ ประเด็นนี้สะท้อนนัยสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ว่า Alibaba กำลังใช้ AI มาเร่งกระบวนการพัฒนา AI และฮาร์ดแวร์ของตัวเอง ซึ่งหากทำได้จริงตามที่กล่าวอ้าง จะช่วยย่นระยะเวลาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้เร็วกว่าคู่แข่งที่ยังพึ่งพากระบวนการแบบเดิม

อีกส่วนที่สำคัญคือธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI agent ซึ่ง Alibaba ระบุว่าสามารถลดต้นทุนจัดเก็บข้อมูลได้ถึง 69% ผ่านระบบ CPFS และการลดการใช้ทราฟฟิกประมวลผล (token) ได้ถึง 67% ผ่าน Agent Context ตัวเลขเหล่านี้ชี้ว่า Alibaba เน้นจุดขายเรื่องการทำให้ต้นทุนการใช้ AI ต่อหน่วยงานถูกลงเร็วกว่าคู่แข่ง เพื่อแย่งชิงลูกค้าองค์กรในระยะยาว

ยุทธศาสตร์เหล่านี้แสดงว่าสิ่งที่ตลาดหุ้นตอบรับเชิงบวกในวันประกาศที่มูลค่าหุ้นพุ่งทยาน 3% นั้นไม่ได้มาจากตัวเลขกิกะวัตต์หรือชิปเพียงอย่างเดียว แต่มาจากภาพรวมที่แสดงให้เห็นว่า Alibaba มีระบบนิเวศ AI ครบวงจร ซึ่งเป็นรูปแบบธุรกิจที่ทำให้บริษัทไม่ต้องพึ่งพาผู้เล่นรายอื่นในห่วงโซ่อุปทาน AI มากนัก และเป็นจุดที่ต่างจากบริษัทเทคโนโลยีจีนหลายรายที่ยังต้องพึ่งพาชิปหรือคลาวด์จากภายนอกอยู่บางส่วน.