สิ้นสุดการรอคอย 48 ปี เทพบิวผงาดเจ้าลมกรดเอเชีย ทุบสถิติ 9.90 วิ เบื้องหลังความสำเร็จคือวิสัยทัศน์ของบิ๊กแป๊ะและโค้ชระดับโลกที่เข้ามาปลดล็อกศักยภาพการออกตัวสู่ตำนานบทใหม่
เบื้องหลังการประกาศศักดาเป็นเจ้าลมกรดเอเชียนเกมส์ ของ "เทพบิว" ภูริพล บุญสอน ยังมีชายอีก 2 คน ที่เป็นเหมือนลมใต้ปีก
พลตํารวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา นายกสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทย และโค้ชจี เจนทรี แบรดลีย์ โค้ชผู้ฝึกสอนชาวอเมริกัน อดีตลมกรดทีมชาติสหรัฐอเมริกา
เทพบิวนั้น เดิมก็เก่งในตัวอยู่แล้ว แต่เขายังเก่งได้มากกว่าเดิม
ทันทีที่บิ๊กแป๊ะ มานั่งเป็นนายกสมาคมกรีฑา เมื่อปี 2568 เขาก็ลงมือพัฒนา เกมการวิ่ง ระยะสั้น ของทีมชาติไทยทันที
ด้วยการดึงโค้ชจีมา ในช่วงปลายปี 2568 ให้ช่วยประสิทธิ์ประสาทวิชา เติมเทคนิค และกำจัดจุดอ่อนที่มี ของทีมนักวิ่งระยะสั้นทีมชาติไทย ระยะ 100 เมตร 200 เมตร และ 4x100 เมตร
ผลก็คือ แค่ไม่กี่เดือน ของการทำงานร่วมกัน ระหว่างบิ๊กแป๊ะกับโค้ชจี เทพบิวก็พัฒนาความเร็วในการวิ่ง แบบเห็นหน้าเห็นหลัง กลายเป็นเจ้าลมกรดเอเชียนเกมส์ ด้วยเวลาต่ำสิบ
ที่เป็นที่กล่าวขวัญก็คือ ในวันเดียวกัน เทพบิวสร้างสถิติใหม่เอเชียนเกมส์ถึง 2 ครั้งติด ครั้งแรกเป็นการวิ่งในรอบรอง เขาเข้าป้ายด้วยเวลา 9.91 วืนาที ทุบสถิติเอเชียนเกมส์เดิมที่ 9.92 วินาที
แล้วครั้งที่ 2 ในรอบชิง เทพบิวทำได้ดีกว่าเดิมอีกด้วยเวลา 9.90 วินาที
เทพบิว ถ้าเป็นม้า ก็คือม้าตีนปลาย ยิ่งวิ่งยิ่งแรงปลาย แต่มีปัญหา “โดดซองช้า” ออกสตาร์ทช้าไปนิด
โค้ชจี เล็งเห็นปัญหานี้ เลยเข้ามาจัดการแก้ไข ด้วยการปรับปรุงและรื้อโครงสร้างการซ้อมของบิว โดยเน้นการแก้จุดอ่อนเรื่องจังหวะการออกตัวช่วง 60 เมตรแรก
รวมถึงปรับโปรแกรมเวตเทรนนิ่ง เพิ่มความแข็งของกล้ามเนื้อโคนขาและสะโพก เพื่อสร้างแรงระเบิดของกล้ามเนื้อ ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยยกระดับสมรรถภาพของเทพบิว จนสามารถก้าวข้ามกำแพงต่ำกว่า 10 วินาทีได้สำเร็จ
ยุคของบิ๊กแป๊ะนั้น มีการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาขั้นสูง เพิ่มการฟื้นฟูร่างกาย การป้องกันอาการบาดเจ็บเรื้อรัง และจัดโปรแกรมโภชนาการและการเวตเทรนนิ่งที่ออกแบบเฉพาะบุคคล
มีการส่งนักกีฬาเก็บตัวและแข่งต่างประเทศ สนับสนุนให้นักกีฬาดาวรุ่งได้ออกไปสัมผัสการแข่งขันระดับนานาชาติ เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับความกดดันและคู่แข่งระดับท็อปของโลก
นอกจากนี้ ยังปรับปรุงระบบสวัสดิการนักกีฬาทีมชาติไทยทั้งชุดใหญ่และชุดเยาวชน ให้มีความพร้อมด้านสถานที่ฝึกสอน อุปกรณ์ และขวัญกำลังใจในการทำหน้าที่เพื่อชาติ
เมื่อระบบหลังบ้านแข็งแกร่ง ผลงานของนักกีฬา จึงออกมาดีแบบทันตาเห็น
สำหรับรายละเอียดของการปรับปรุงการออกตัวจากจุดสตาร์ตของเทพบิวนั้น โค้ชจีปรับมุมการวางเท้าบนบล็อกใหม่ จัดท่าทางการพุ่งตัวออกใหม่ และเพิ่มแรงระเบิดของกล้ามเนื้อ ในช่วง 30 เมตรแรก
ข้อน่าสังเกตก็คือ ในการคว้าเหรียญทองด้วยสถิติใหม่ 9.90 วินาที เทพบิวก็ยังออกตัวช้ากว่าคนอื่นอยู่ดี
นั่นแปลว่า ถ้าวันไหนเขาออกตัวได้เพอร์เฟคต์ กลายเป็นม้าตีนปลายที่โดดออกมานำ เรามีโอกาสได้เห็นการทุบสถิติตัวเองของเทพบิวได้อีกอย่างแน่นอน
เพราะตอนนี้อายุของเขาเพิ่งจะ 20 ปี ยังมีเวลาพัฒนาความเก่งได้อีกไกล ภายใต้การประคบประหงมของบิ๊กแป๊ะและโค้ชจี
ตอนนี้ สถิติเอเชียเป็นของนักวิ่งจีนที่ 9.83 วินาที ถามว่ายากไหม ที่ลมกรดไทยผู้นี้ จะโค่นสถิตินี้เพื่อเป็นที่ 1 ก็ต้องบอกว่า ยาก แต่ก็ไม่ได้ยาก ขนาดจะเป็นไปไม่ได้
การคว้าเหรียญทองครั้งนี้ของเทพบิว ยังเป็นปลดล็อกเหรัยญทอง ที่ทีมไทยห่างหายไปนานถึง 48 ปี
นับจากลมกรดระดับตำนานของไทย สุชาติ แจสุรภาพ คว้าเหรียญทองครั้งสุดท้ายไว้ เมื่อปี 1978 ด้วยเวลา 10 44 วินาที
ก่อนหน้า สุชาติ แจสุรภาพ ก็เป็นยุคของ อาณัติ รัตนพล เจ้าของฉายา "ลมกรดเอเชีย" สามารถคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรชาย ในศึกเอเชียนเกมส์ได้ถึง 2 สมัยติดต่อกัน
เอเชียนเกมส์ 1970 ครั้งที่ 6 ที่กรุงเทพฯ คว้าเหรียญทองด้วยเวลา 10.4 วินาที และเอเชียนเกมส์ 1974 ครั้งที่ 7 ที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน อาณัติป้องกันแชมป์ไว้ได้ด้วยเวลา 10.42 วินาที

