จับตา 28 ก.ย. ศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตาคดีบัตรเลือกตั้ง กำหนดอนาคตการเมืองไทย เปิด 4 ฉากทัศน์วัดใจ ลุ้นจะแค่เขย่าใหม่บางส่วน หรือถึงขั้นล้างไพ่เลือกตั้งใหม่ทั้งหมด
สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญยืนยันเดินหน้าพิจารณาและนัดฟังคำวินิจฉัยคดีเรื่องพิจารณาที่ ต.30/2569 หรือคดีบัตรเลือกตั้งในวันที่ 28 ก.ย.2569 ตามกำหนดเดิม แม้คณะรัฐมนตรีมีมติให้วันที่ 28-29 ก.ย. เป็นวันหยุดราชการพิเศษ โดยศาลมีกำหนดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในเวลา 09.30 น. ก่อนนัดฟังคำวินิจฉัยในเวลา 14.00 น.
ท่ามกลางการจับตาว่าคำวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้งที่มี Barcode และ QR Code ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 จะออกมาในทิศทางใด โดยมี 4 ฉากทัศน์ที่ถูกจับตา ตั้งแต่การเห็นว่าบัตรเลือกตั้งในรูปแบบดังกล่าวไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกระบวนการเลือกตั้งเดินหน้าต่อ ไปจนถึงกรณีที่อาจมีผลต่อการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งระบบ
ฉากทัศน์ที่ 1 หากศาลเห็นว่า Barcode ที่อยู่บนบัตรเลือกตั้งบัญชีรายชื่อไม่สามารถใช้สืบย้อนกลับถึงตัวผู้ใช้สิทธิได้ และการออกเสียงยังคงเป็นความลับ ก็จะไม่มีปัญหาต่อความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของบัตรเลือกตั้งในประเด็นดังกล่าว และกระบวนการที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินต่อไป
ฉากทัศน์ที่ 2 หากศาลเห็นว่ารูปแบบบัตรสามารถเปิดช่องให้สืบย้อนกลับถึงผู้ใช้สิทธิได้ เนื่องจากมีข้อมูลที่เชื่อมโยงกับหมายเลขบัตรและต้นขั้วบัตร จนอาจกระทบต่อหลักการลงคะแนนโดยลับ แต่ยังไม่ปรากฏความเสียหายที่เกิดขึ้นกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา ผลทางกฎหมายอาจอยู่ที่การกำหนดไม่ให้ใช้บัตรในรูปแบบดังกล่าวในการเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยไม่จำเป็นต้องจัดการเลือกตั้งใหม่
ฉากทัศน์ที่ 3 หากศาลเห็นว่าการออกแบบบัตรเลือกตั้งบัญชีรายชื่อขัดต่อรัฐธรรมนูญ และมีผลต่อการเลือกตั้งในส่วนของบัตรบัญชีรายชื่อ ก็อาจนำไปสู่การพิจารณาจัดการเลือกตั้งใหม่เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับบัตรบัญชีรายชื่อ
ส่วนฉากทัศน์ที่ 4 หากศาลเห็นว่าปัญหาของบัตรเลือกตั้งบัญชีรายชื่อมีความเกี่ยวพันกับการเลือกตั้งทั้งระบบ จนอาจกระทบต่อความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.2569 ผลทางกฎหมายอาจนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด
สำหรับคดี ต.30/2569 มีที่มาจากผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งระบุว่าได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน 22 เรื่อง และเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ให้พิจารณากรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มี Barcode และ QR Code
ประเด็นสำคัญของคดีอยู่ที่ว่า รหัสที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้งดังกล่าวสามารถนำไปใช้สืบทราบหรือตรวจสอบตัวตนของผู้ลงคะแนน รวมถึงผลคะแนนได้หรือไม่ เพราะหากสามารถเชื่อมโยงกลับไปยังผู้ใช้สิทธิได้ ก็จะเกิดคำถามว่าการออกเสียงลงคะแนนยังเป็นไปโดยลับตามหลักรัฐธรรมนูญหรือไม่
ผู้ตรวจการแผ่นดินระบุว่าประเด็นดังกล่าวอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหลายมาตรา ได้แก่ มาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง มาตรา 85 มาตรา 95 และมาตรา 224
ส่วนเหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญยังคงเดินหน้าตามกำหนดเดิม แม้ ครม.ประกาศวันหยุดราชการพิเศษนั้น สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญชี้แจงว่า ศาลได้กำหนดนัดพิจารณาและนัดฟังคำวินิจฉัยไว้ล่วงหน้าเป็นเวลานาน และได้แจ้งคู่กรณีให้ทราบแล้ว จึงจำเป็นต้องดำเนินกระบวนพิจารณาตามกำหนดเดิม อีกทั้งเพื่อไม่ให้กระทบต่อแผนการกำหนดนัดพิจารณาวินิจฉัยคดีอื่น ซึ่งศาลได้กำหนดวาระการประชุมไว้แล้วต่อเนื่องถึงเดือน ต.ค.2569 โดยการดำเนินกระบวนพิจารณาเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 29
ดังนั้น ในเวลา 14.00 น. วันที่ 28 ก.ย. ประเด็นที่ต้องจับตาจึงไม่ใช่เพียงคำตอบว่าการใช้ Barcode และ QR Code บนบัตรเลือกตั้งขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับหรือไม่ แต่รวมถึงขอบเขตของผลทางกฎหมาย หากศาลเห็นว่าการออกแบบบัตรมีปัญหาตามรัฐธรรมนูญ ว่าจะส่งผลเฉพาะต่อการใช้บัตรในอนาคต ต่อการเลือกตั้งบางส่วน หรือขยายไปถึงการเลือกตั้งทั้งระบบ

