กกต. น้อมรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เดินหน้าปรับปรุงบัตรเลือกตั้งใหม่ ย้ำทำเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน หลังเกิดข้อกังวล พร้อมยึดหลักการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม
ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า การจัดทำบัตรเลือกตั้งของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ยืนยันว่า พร้อมน้อมรับคำวินิจฉัยของศาล และจะนำไปปรับปรุงการจัดทำบัตรเลือกตั้งต่อไป
นายแสวง ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้วางหลักการเกี่ยวกับการเลือกตั้งไว้ 2 ประการ คือ การเลือกตั้งโดยตรงและลับ และการเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งสำนักงาน กกต.จะต้องนำหลักการดังกล่าวไปปฏิบัติ โดยย้ำว่า หากมีสิ่งใดที่ทำให้ประชาชนไม่สบายใจ โดยเฉพาะเรื่องการเลือกตั้ง กกต.ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น
นายแสวง กล่าวว่า ในวันที่จัดทำบัตรเลือกตั้งที่ผ่านมา กกต.มีความมั่นใจว่าสามารถทำให้การลงคะแนนเป็นไปโดยตรงและลับได้ แต่เมื่อประชาชนเกิดความไม่สบายใจ หรืออาจทำให้ขาดความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นประเด็นที่อยู่ในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงาน กกต.ก็จะนำมาปรับใช้ให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาล
นายแสวง กล่าวว่า กกต.ต้องสร้างความเชื่อมั่นผ่านการออกแบบบัตรเลือกตั้งให้สามารถรองรับหลักการทั้ง 2 ประการได้ ซึ่งในทางปฏิบัติสามารถดำเนินการได้ไม่ยาก เพียงแต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา กกต.เห็นว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่เมื่อเกิดข้อกังวลขึ้นก็จำเป็นต้องนำมาปรับปรุง
นายแสวง กล่าวว่า ในการทำงาน กกต.ต้องการให้การลงคะแนนเป็นความลับโดยสมบูรณ์ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงหลักการเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรมด้วย โดยศาลรัฐธรรมนูญได้วางหลักว่า การรักษาความลับภายใต้เงื่อนไขบางประการต้องมีความสมดุล และต้องไม่กระทบต่อสาระสำคัญของหลักการเลือกตั้งโดยตรงและลับ ซึ่งขึ้นอยู่กับมาตรการที่นำมาใช้
เลขาธิการ กกต. ยืนยันว่า กรณีสำนักงาน กกต.ดำเนินคดีกับบุคคลที่มีการตรวจสอบบาร์โค้ดหรือ QR Code นั้น สำนักงานไม่ได้ดำเนินคดีเพื่อปกป้องตัวเอง แต่เป็นการดำเนินคดีเพื่อปกป้องกระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กกต. หากไม่ดำเนินการก็อาจถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และเป็นคนละเรื่องกับการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน
นายแสวง กล่าวว่า หลายคนอาจมองว่า กกต.ดำเนินคดีเพื่อปิดปาก แต่ในความเป็นจริงเป็นคนละประเด็นกัน โดยประชาชนยังสามารถใช้สิทธิเสรีภาพได้ ไม่ว่าจะเป็นการพูดหรือการกระทำ ตราบใดที่ไม่กระทบต่อสาระสำคัญของกระบวนการเลือกตั้ง โดยกรณีที่ กกต.ดำเนินคดีเป็นกรณีที่เห็นว่ามีการกระทำซึ่งกระทบต่อสาระสำคัญของกระบวนการเลือกตั้ง ไม่ใช่การใช้เสรีภาพในการวิเคราะห์หรือวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ กกต. เพราะที่ผ่านมา ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ กกต. ก็ไม่เคยถูกดำเนินคดี

