ฉะเชิงเทรา – ชาวฉะเชิงเทราตั้งคำถาม หลังจังหวัดประกาศพื้นที่ประสบอุทกภัยเพียง 4 อำเภอ ทั้งที่หลายพื้นที่ยังได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะสนามชัยเขต-ท่าตะเกียบ และเกาะขนุน พื้นที่น้ำป่าและน้ำจากอ่างเก็บน้ำไหลเข้าท่วม ขณะที่บางพื้นที่ความเสียหายน้อยกว่ากลับมีชื่อในประกาศ
วันนี้ ( 29 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดฉะเชิงเทรา ออกประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยกรณีอุทกภัย เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา และเผยแพร่ต่อสาธารณชน ปรากฏว่าพื้นที่ที่ถูกระบุในประกาศมีเพียง 4 อำเภอ
ประกาศดังกล่าวลงนามโดยนายประสิทธิ์ อินทโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในหลายพื้นที่ได้ตั้งข้อสังเกตว่า รายชื่อพื้นที่ในประกาศยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและน้ำป่าในช่วงที่ผ่านมา
โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ท่าตะเกียบ และ อ.สนามชัยเขต ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นทางของมวลน้ำและมีบางพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมอย่างหนัก แต่กลับไม่ปรากฏชื่อในประกาศฉบับแรก ก่อนจะมีการประกาศเพิ่มเติมในภายหลัง
ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ อ.เมืองฉะเชิงเทรา มีหลายตำบลที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในระดับตั้งแต่ตาตุ่มถึงหัวเข่า แต่กลับได้รับการประกาศเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย ขณะที่ อ.บางคล้า อ.แปลงยาว และ อ.พนมสารคาม ก็มีพื้นที่ได้รับผลกระทบและมีชื่ออยู่ในประกาศเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านยังตั้งข้อสังเกตถึงพื้นที่ ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองท่าลาด และพื้นที่ที่รับน้ำโดยตรงจากฝายน้ำล้น หรือสปิลเวย์ของอ่างเก็บน้ำคลองสียัดและอ่างเก็บน้ำคลองระบม
นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ อ.บ้านโพธิ์ อ.บางปะกง และ อ.คลองเขื่อน ซึ่งมีรายงานระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ไม่ปรากฏรายชื่ออยู่ในประกาศ ขณะที่ อ.ราชสาส์น และ อ.ท่าตะเกียบ ก็มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นกัน
ความไม่สอดคล้องของรายชื่อพื้นที่ในประกาศกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ทำให้ประชาชนในหลายพื้นที่เกิดความสงสัยว่า หลักเกณฑ์ในการประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยกรณีอุทกภัยของจังหวัดพิจารณาจากปัจจัยใด และเหตุใดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าและน้ำท่วมอย่างหนักบางแห่งจึงไม่มีชื่ออยู่ในประกาศในช่วงแรก
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำใน จ.ฉะเชิงเทรา ล่าสุดเริ่มมีแนวโน้มลดลงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองท่าลาด และรับน้ำโดยตรงจากฝายน้ำล้นของอ่างเก็บน้ำคลองสียัดและอ่างเก็บน้ำคลองระบม พบว่าระดับน้ำเริ่มลดลงเล็กน้อย
ขณะที่แม่น้ำบางปะกงยังคงมีปริมาณน้ำไหลผ่านเป็นจำนวนมาก จนเต็มลำน้ำตลอดแนว แม้อยู่ในช่วงระดับน้ำทะเลลง แต่ระดับน้ำในแม่น้ำยังคงอยู่ในระดับสูงใกล้ขอบเขื่อนป้องกันตลิ่ง จึงยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

