xs
xsm
sm
md
lg

เปิดใจผู้ใช้บริการ “บินไทย” ปัญหาวันนี้ไม่ใช่แค่เครื่องช้า แต่คือการรอคอยแบบไร้คำตอบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ปัญหาเที่ยวบินล่าช้าและกระเป๋าสัมภาระตกค้างของการบินไทยในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ไม่ได้สร้างผลกระทบเฉพาะตารางการเดินทางของผู้โดยสารเท่านั้น แต่ยังสะท้อนปัญหาด้านการสื่อสารและการบริหารจัดการในภาวะวิกฤต จนมีผู้ใช้บริการจำนวนมากออกมาแชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย

ล่าสุด เพจ “Only Data Driven” ได้เผยแพร่ข้อความสะท้อนมุมมองของผู้โดยสารที่เผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่า คนส่วนใหญ่เข้าใจได้หากเที่ยวบินล่าช้าเพราะสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย เนื่องจากเรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่สิ่งที่ผู้โดยสารจำนวนมากรู้สึกอึดอัด คือการต้องรอโดยไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน

“คุณมาถึงสนามบินตามเวลา นั่งรออยู่หน้า Gate ใกล้เวลาบินก็ประกาศ Delay จากนั้นเลื่อนอีกครั้งและอีกครั้ง เมื่อเดินไปถามว่าจะได้บินเมื่อไร คำตอบที่ได้รับคือ ‘ยังไม่ทราบ’” เจ้าของโพสต์ระบุ

ข้อความในโพสต์ดังกล่าวสะท้อนว่าผู้โดยสารที่เดินทางเพียงลำพัง อาจพอรับมือกับความล่าช้าได้ แต่สำหรับผู้ที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ มีเที่ยวบินต่อ โรงแรมที่จองไว้ หรือภารกิจสำคัญในวันถัดไป ทุกนาทีที่เลื่อนออกไปย่อมส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อแผนชีวิตทั้งหมด

ผู้โพสต์ยังอ้างถึงข้อมูลจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่ชี้แจงว่า ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา มีเที่ยวบินของการบินไทยบางส่วนล่าช้าและเกิดปัญหาสัมภาระตกค้าง โดยมีสาเหตุมาจากฝนตกหนักและน้ำท่วมหลายพื้นที่ ส่งผลให้พนักงานภาคพื้นบางส่วนไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติงานได้ ขณะเดียวกันรถลำเลียงสัมภาระบางส่วนเกิดขัดข้อง

ในสถานการณ์ดังกล่าวทำให้กำลังคนไม่เพียงพอ ระบบขนส่งสัมภาระมีปัญหา เที่ยวบินล่าช้า และกระเป๋าตกค้างสะสมต่อเนื่องจนกลายเป็นผลกระทบในวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม ผู้โพสต์มองว่า ปัญหาที่หนักไม่แพ้กันคือ “การสื่อสาร” เนื่องจากผู้โดยสารจำนวนมากไม่สามารถรับรู้ได้ว่าปัญหาอยู่ในขั้นตอนไหน บางรายต้องรอกระเป๋าหลายชั่วโมง บางรายได้รับข้อมูลไม่ตรงกันจากเจ้าหน้าที่แต่ละจุด และหลายคนไม่รู้ว่าควรรอต่อหรือเดินทางกลับก่อน

“ต่อให้กระเป๋าไม่ได้สูญหาย แต่ถ้าผู้โดยสารต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะได้คำตอบว่ากระเป๋าอยู่ที่ไหน ระบบสื่อสารก็ควรถูกนำกลับมาทบทวน” ผู้โพสต์ระบุ

อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือภาระที่ตกอยู่กับพนักงานด่านหน้า ซึ่งต้องรับมือกับคำถามและความไม่พอใจของผู้โดยสาร ขณะที่ตัวพนักงานเองอาจไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนจากฝ่ายปฏิบัติการเช่นกัน

“ไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นการรุมตำหนิพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ เพราะคนที่ต้องรับผิดชอบจริงๆ คือองค์กร ที่ต้องทำให้พนักงานรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น และควรสื่อสารกับลูกค้าอย่างไร” เจ้าของโพสต์ระบุ

นอกจากนี้ ผู้โพสต์ยังตั้งข้อสังเกตถึงการที่กองทัพอากาศต้องส่งกำลังพลเข้ามาช่วยสนับสนุนงานภาคพื้นและการจัดการสัมภาระตกค้างที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาได้ขยายตัวเกินกว่าการบริหารจัดการตามปกติ

พร้อมได้ตั้งคำถามถึงความพร้อมของแผนสำรอง ทั้งในกรณีที่พนักงานไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ หรือเมื่ออุปกรณ์ภาคพื้นเกิดขัดข้องพร้อมกันหลายจุด

นอกตากนี้ยังมีข้อสังเกตอีกว่า แม้ฝนตกหนักจะส่งผลกระทบต่อการบินโดยรวม แต่คำชี้แจงของสนามบินระบุชัดว่าปัญหาหลักครั้งนี้เกี่ยวข้องกับกำลังคนภาคพื้นและระบบขนส่งสัมภาระของการบินไทยโดยตรง จึงเกิดคำถามว่าทำไมผลกระทบจึงรุนแรงกว่าสายการบินอื่นในช่วงเวลาเดียวกัน

“ฝนตกอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่คำถามสำคัญคือ เมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้ว เหตุใดจึงลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตได้ขนาดนี้” ผู้โพสต์ระบุ

ข้อความในโพสต์ดังกล่าวยังเปรียบเทียบแนวทางการจัดการของสายการบินระดับโลก ซึ่งแม้จะเผชิญปัญหาเที่ยวบินล่าช้าจากพายุ หิมะ หรือเหตุสุดวิสัยเช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างคือการสื่อสารกับผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง การแจ้งกำหนดเวลาอัปเดตข้อมูลที่ชัดเจน และการจัดสวัสดิการช่วยเหลือผู้โดยสารเมื่อเกิดความล่าช้าเป็นเวลานาน

“มาตรฐานของสายการบินไม่ได้วัดกันเฉพาะวันที่เครื่องออกตรงเวลา แต่เห็นชัดที่สุดในวันที่เกิดปัญหา” คือข้อความทิ้งท้ายของโพสต์ ซึ่งสะท้อนความคาดหวังของผู้โดยสารที่ต้องการมากกว่าคำขออภัย แต่ต้องการความชัดเจน ความรับผิดชอบ และการดูแลที่สมกับมาตรฐานของสายการบินไทย