xs
xsm
sm
md
lg

น้ำท่วมกรุงเทพฯ “อนุทิน-ชัชชาติ”บริหารจัดการล้มเหลวสิ้นเชิง!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


อนุทิน ชาญวีรกูล - ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ - พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ
เมืองไทย 360 องศา

ครั้งแรกน้ำท่วมที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อหลายเดือนก่อน อาจคิดว่า “ตั้งตัวไม่ทัน” หรือว่าเป็นเพราะปริมาณน้ำฝนมากเป็นประวัติการณ์ ทำให้เกิด “น้ำท่วมขัง” ปริมาณน้ำสูง ระบายน้ำออกได้ยากลำบาก ประกอบกับเป็นพื้นที่ต่างจังหวัด แม้ว่าจะเป็นระดับศูนย์กลางหลักทางภาคใต้แห่งหนึ่งแล้วก็ตาม แต่ด้วยระดับที่เป็นพื้นที่ “ภูธร” หรือต่างจังหวัด บรรดาเครื่องไม้เครื่องมือ รวมไปถึงอำนาจการสั่งการ ก็ล้วนเป็นระดับท้องถิ่น ทุกอย่างย่อมไม่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ อาจจะมองแบบนั้นก็ได้

อย่างไรก็ดี การจะพิสูจน์ว่าอะไรคือ “ของจริง” หรือแค่ “นักสร้างภาพ” หรือ “กลวง” ก็ต้องมองกันยาวๆ อย่างกรณีน้ำท่วมหาดใหญ่ที่ผ่านมา หากมองผ่านเรื่อง “เตือนภัย” การเตรียมการรับมือ อาจจะคาดไม่ถึง แต่สิ่งที่ต้องพิจารณากันหลังจากนั้น หลังจากมีสถานการณ์น้ำท่วมผ่านไปแล้วสามสี่วัน หรือเป็นสัปดาห์ ทุกอย่างยังเต็มไปด้วยความโกลาหล การบริหารจัดการของท้องถิ่นนั้น ไม่ต้องพูดถึง เพราะ “เอาไม่อยู่” อยู่แล้ว ดังนั้นงานนี้ต้องระดับ “ส่วนกลาง” หรือระดับ “รัฐบาลกลาง” เท่านั้น

แต่กลายเป็นว่า สิ่งที่เห็นในตอนนั้นคือ ทุกอย่างเต็มไปด้วยความวุ่นวาย “ไม่มีผู้บัญชาการเหตุการณ์” ที่มีประสิทธิภาพ ทุกอย่างจึง “เละเทะ” ตั้งแต่ต้นจนจบ นายกรัฐมนตรีในตอนนั้นก็คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และยังควบเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เหมือนกับในตอนนี้นั่นแหละ ภาพที่ถูกชาวบ้านตำหนิอย่างรุนแรงก็เกิดขึ้น รวมไปถึงการไร้การบริหารจัดการดูแลความปลอดภัยจนเกิดเหตุการณ์ปล้นชิง วุ่นวายจนทำให้อำเภอหาดใหญ่ สูญเสียภาพลักษณ์ไปในระดับหนึ่ง

ภาพกู้ภัยถูกขับไล่ ขู่ทำร้าย จนหลายคนต้องเดินทางกลับ ซึ่งสาเหตุเป็นเพราะขาดการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพจากภาครัฐบาล คือรัฐบาลนั่นเอง ซึ่งความวุ่นวาย ไร้ระเบียบยังต่อเนื่องไปจนถึงช่วง “เยียวยา ฟื้นฟู” ที่มีปัญหาในเรื่องการจ่ายเงินชดเชย รายชื่อตกหล่น มีปัญหากระทบกระทั่งบานปลายยังไม่จบง่ายๆ

อนุทิน ชาญวีรกูล
แน่นอนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องใหญ่ คนจำนวนมาก ปัญหามาก เข้าใจได้ แต่หากมีวิธีการบริหารจัดการที่ดี มีภาวะผู้นำ โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือในภาวะวิกฤต ทุกอย่างย่อมคลี่คลายไปในทางที่ดีกว่าเดิม หรืออย่างน้อยย่อมไม่ต้องเกิดความโกลาหลอย่างที่เห็นแน่นอน

นั่นเป็นกรณีน้ำท่วมหาดใหญ่ เมื่อหลายเดือนก่อน ซึ่งหากพิจารณากันแบบ “เกรงใจ” ก็ต้องบอกว่ามันอาจจะเป็นเรื่อง “เหนือความคาดหมาย” ทั้งที่ในเวลาต่อมาสามารถบริหารจัดการให้เข้าที่เข้าทางได้ก็ตาม และเมื่อเหตุการณ์ภัยพิบัติดังกล่าวผ่านพ้นไป ก็มีเหตุการณ์ใหม่เกิดขึ้น นั่นคือ เหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครในตอนนี้ คือ ปี 69 ซึ่งก็ต้องเกี่ยวข้องกับคนสองคนคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการ
กรุงเทพมหานคร ที่ทั้งคู่ย้ำว่า นำเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ มา “ถอดบทเรียน” ทั้งคู่มีการพูดซ้ำๆ หลายครั้ง

ความหมายก็คือ ต้องนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจำลอง มาสรุป หรือต้องมีการเตรียมการรับมืออย่างดีในทุกด้าน โดยเฉพาะการปิดกั้นช่องโหว่เมื่อเกิดภัยพิบัติ เพื่อ “ให้ความเสียหายน้อยลง”

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
กรณีน้ำท่วมกรุงเทพมหานครครั้งนี้ ถือว่าการรับมือทั้งฝ่ายกรุงเทพมหานคร ที่นำโดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในฐานะผู้ว่าราชการ และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ทั้งในฐานะนายกรัฐมนตรี และในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และยังในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธรณภัยแห่งชาติ ถือว่า “การบริหารจัดการล้มเหลว” อย่างสิ้นเชิง!

ถือว่าทั้งคู่คือ ทั้ง นายอนุทิน และ นายชัชชาติ ไม่สามารถบริหารสั่งการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือเวลาเกิดภัยพิบัติร้ายแรงได้เลย ไม่มีการวางแผนสั่งการให้เป็นระบบ พิสูจน์ได้จากกรณีน้ำท่วมในชุมชนในกรุงเทพฯหลายแห่งในเวลานี้ เช่น ที่แฟลตคลองจั่น เคหะร่มเกล้า และอีกหลายชุมชน ที่ถูกน้ำท่วมในตอนนี้ เพราะไม่มี “ศูนย์ประสานงาน สั่งการ” ที่มีใครสักคนที่เป็น “ผู้บัญชาการเหตุการณ์” จนทำให้การช่วยเหลือ ทั้งสิ่งของ อาหาร อุปกรณ์ยังชีพ เต็มไปด้วยความโกลาหล ไม่ทั่วถึง

ในช่วงวันสองวันแรก อาจจะเข้าใจได้ ว่ากระทันหัน รับมือไม่ทัน แต่หลังจากผ่านไปสามสี่วันแล้ว ก็ยังเหมือนเดิม มีแต่ประชาชนที่ต้องดิ้นรนกันเอง แต่การช่วยเหลือบางครั้งเมื่อไม่มีการจัดระเบียบ หรือมีคนคอยประสานงานหน้างาน โดยเฉพาะจากภาครัฐ ทั้ง กทม.และ รัฐบาล ปัญหาก็เลยวุ่นวายอย่างที่เห็น

พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ
ล่าสุดเพิ่งได้ยิน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พูดถึงเมื่อตอนดึกวันที่ 29 กันยายน ขณะที่เขาลงพื้นที่ไปดูน้ำท่วมที่พื้นที่สายไหม ว่า ได้แต่งตั้งให้ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ “กำกับดูแลเหตุการณ์” ลักษณะหากเข้าใจเอาเอง ก็ทำหน้าที่เหมือนกับเป็นผู้มีหน้าที่ “ประสานงาน” กับหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้มีการแถลง หรือประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

ซึ่งหากพิจารณากันตามที่เห็น ก็ต้องถือว่าที่ผ่านมา พล.ท.อดุลย์ ก็ทำหน้าที่ได้ดีทีเดียว ทั้งการจัดกำลังพลทหารและอุปกรณ์ เช่น รถยนต์ยกสูง รวมไปถึงยังได้จัดกำลังพลไปช่วยเหลือการบินไทยจัดการเรื่องกระเป๋าผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่กำลังทำลายภาพลักษณ์ประเทศในเวลานี้อีกด้วย

เอาเป็นว่า สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครคราวนี้ เมื่อพิจารณาจากการบริหารจัดการของผู้นำองค์กรทั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “ล้มเหลว” และ “มือไม่ถึง” ไม่สามารถรับมือกับ “ภัยพิบัติ” ได้เลย เพราะหากบอกว่ามีการถอดบทเรียนจากหาดใหญ่ ทุกอย่างคงไม่โกลาหลแบบนี้
ขณะเดียวกัน ที่น่าวิตกไม่จบก็คือข่าวร้ายใหม่ เมื่อ “น้ำเหนือ” และฝนกำลังจะกลับมาในอีกสองสามวันข้างหน้า ขณะที่ปริมาณน้ำในกรุงเทพฯ ยังลดลงไม่มาก คนกรุงเทพฯจะทำอย่างไรกันดี !!