xs
xsm
sm
md
lg

รัฐบาลเดินหน้าชน รื้อเงินภาษีบาปทั้งระบบ 'กรณ์' เสนอทบทวนให้เหมาะสม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รัฐบาลเดินหน้าชน จ่อรื้อใหญ่ระบบภาษีบาปทั้งหมด เตรียมดึงงบ สสส. และไทยพีบีเอสกลับเข้าคลัง หลังเกิดคำถามถึงความคุ้มค่าและประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณมหาศาล

ข้อถกเถียงเรื่องการนำ “ภาษีบาป” จากสุราและยาสูบไปจัดสรรให้หน่วยงานและกองทุนเฉพาะกิจ ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง ภายหลังมีข้อเสนอให้ทบทวนกฎหมายที่กำหนดแหล่งเงินของหลายองค์กร โดยเฉพาะสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ท่ามกลางคำถามสำคัญทั้งเรื่องความคุ้มค่า ประสิทธิภาพการใช้เงิน และกลไกตรวจสอบ

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินของ สสส. โดยตั้งข้อสังเกตว่า หากเงินภาษีสรรพสามิตถูกนำเข้าสู่ระบบงบประมาณตามปกติ จะทำให้สามารถเห็นภาพการใช้เงินของ สสส. ในแต่ละปีได้ชัดเจน และตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้จ่ายได้มากขึ้น รู้หรือไม่ว่า สสส.เก็บเงินถึง 1,000 ล้านต่อปี ไว้ในรูปของเงินลงทุน ด้วยข้ออ้างว่าโครงการที่ของบประมาณไม่ได้เบิกเงินครั้งเดียว แต่เบิกเงินเป็นงวดๆ เมื่อเจาะลึกไปว่าเงินที่กรมสรรพสามิตส่งให้ สสส. เป็นงวดแบบไหน ปรากฏว่ามีการส่งเงินให้ สสส.ตลอดทุกสัปดาห์ แบบเก็บได้เท่าไหร่ก็ส่งให้ สสส.เลย ดังนั้นการจัดการการเงินจึงไม่จำเป็นต้องเอาเงินไปกองไว้เป็นพันล้านบาท และรู้หรือไม่ว่า สสส.เอาเงินหลายร้อยล้านบาทไปลงทุนในหุ้น กองทุน ผ่านบริษัทจัดการกองทุน เหมือนกับที่ไทยพีบีเอสเคยทำและมีการตัดสินแล้วว่ามีความผิด

นายเอกภพ ระบุอีกว่า นอกจากการมีข้อครหาว่าจ่ายเงินให้เครือข่ายพวกพ้องเป็นพิเศษแล้ว ยังทำตัวเป็นหน่วยลงทุน แทนที่จะใช้เงินให้เกิดผลต่อสุขภาพประชาชนจริงๆ เราจะยอมให้ สสส. ถลุงเงินสุขภาพจาก 25 ปี ใช้ไปแล้วร่วม 80,000 ล้านบาท ต่อไปอีกหรือ แค่เอาเงินเข้าระบบงบประมาณ ไม่น่าจะต้องดิ้นอะไรขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของกลุ่มตัวเองแล้วจะอ้างว่าทำเพื่อประชาชนหรือ
ด้าน นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยเสนอแก้ไขกฎหมาย 4 ฉบับ ได้แก่ ร่างพ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ร่างพ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่างพ.ร.บ.ผู้สูงอายุ และร่างพ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อเปลี่ยนแหล่งเงินสนับสนุนจากภาษีสุราและยาสูบ ไปเป็นงบปะมาณรายจ่ายประจำปีว่า ตามกฎหมายวินัยการเงินการคลัง พ.ศ.2561 เขียนไว้ว่าการแจกจ่ายภาษีไปหน่วยงานต่างๆ เหมือนที่เคยทำ ทำไม่ได้แล้ว แต่มีบทยกเว้นให้กับกฎหมายที่เกิดขึ้นก่อนมีกฎหมายวินัยการเงินการคลังบังคับใช้ปี 2561 อย่างไรก็ดีมองว่าทุกเรื่องสมคววรถูกตั้งคำถาม และทบบวนการใช้เงินภาษีให้มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผลสูงสุดต่อประชาชนผู้เสียภาษีทุกคน โดยเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องพิจารณา

นายกรณ์ กล่าวว่า เมื่อตั้งประเด็นดังกล่าวตนไม่รู้ว่าจริงจังแค่ไหน เช่น กรณีของไทยพีบีเอส ต้องทบทวนว่า วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เมื่อ 10 ปีก่อน กับปัจจุบันเป็นอย่างไร เดิมในช่วงก่อตั้งมีตรรกะความคิดที่เป็นเหตุผลที่ควรได้รับสนับสนุนด้วยเงินภาษี เพื่อปลอดการแทรกแซงทางการเมือง เพื่อให้มีสื่อเสรี อิสระปลอดการครอบงำ การรับใช้นายทุน หรือฝ่ายการเมือง โดยที่ผ่านมาไทยพีบีเอส ทำได้ดีระดับหนึ่ง แต่คุ้มเงินหรือไม่ต้องทบทวนร่วมกัน ต้องยอมรับว่า โลกของการสื่อสารมวลชนเปลี่ยนไป ประชาชนพึ่งพาสื่อหลัก ช่องหลัก น้อยลง ทำให้ต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าขององค์กรและภาษีที่จัดสรเท่าเดิมเหมาะสมหรือไม่ ขณะที่ช่องอื่นมีทุนสนับสนุนลดลง ไม่ใช่ใครมีสิทธิใช้เงินภาษีนี้ตลอดไป ขณะเดียวกันถือเป็นประเด็นละเอียดอ่อนต่อสังคมโดยรวม กับคำถามว่ามีประโยชน์ ต่อที่มีสื่ออิสระมากน้อยแค่ไหน ที่ผ่านมาไทยพีบีเอสใช้ความอิสระของตนเองสร้างประโยชน์ตามวัตถุประสงค์เดิมของกฎหมายที่ให้โอกาสจัดตั้งหรือไม่