xs
xsm
sm
md
lg

ลอยทะเล “ไอเดียร์” ก่อนภัยลามถึง “ลูกนก”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เรื่องของ “สส.ไอเดียร์ สุชาดา” กับสามีของเธอ “ไท่หยาง จาง” ในวันนี้ ถ้าจะมองกันให้ลึกมันไม่ได้จบอยู่แค่คำถามว่าสามีของ ส.ส.ไอเดียร์ มีทรัพย์สินเท่าไหร่ ทำธุรกิจอะไร หรือเงินที่แจ้งเอาไว้นั้นมีที่มาอย่างไร เสียแล้ว

เพราะในโซเชียลฯ ช่วยกันขุดว่า สามีหนุมของเธอนั้น เริ่มจากโปรแกรมเมอร์...ไปสู่ Startup...ไปสู่โลกคริปโต...ไปสู่ 3AC และ วันนี้มีจิ๊กซอว์ตัวใหม่มาเพิ่มคือไปมีเอี่ยวใน “กาสิโนคริปโต”

เทา หรือ ไม่เทา ไปตัดสินกันเอาเอง!
ขณะที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย สภาผู้แทนราษฎร ที่มี “รังสิมันต์ โรม” เป็นประธาน ได้เชิญทั้งคู่ไปให้ข้อมูล ในวันที่ 7 ต.ค.นี้
ถ้าทั้งคู่ไป และสามารถเอาหลักฐานออกมาอธิบายได้ชัดเจนว่า เงินมาจากไหน ธุรกิจทำอะไร รายได้เกิดจากอะไร ธุรกรรมต่างๆ ตรวจสอบได้อย่างไร ...เรื่องมันก็จบ

แต่ถ้าไม่ไป ปัญหามันก็ยังอยู่ที่เดิม นั่นคือ ยังเคลียร์ไม่ได้ หรือไม่รู้จะเอาอะไรไปเคลียร์

สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ - ไท่หยาง จาง
คราวนี้เรื่องมันอาจจะไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวของไอเดียร์กับสามี อีกต่อไป

แต่มันมีโอกาสย้อนกลับไปหาคนที่สังคมกำลังจับตามองอยู่แล้ว... นั่นก็คือ “ไชยชนก ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ทำไมน่ะหรือ?

เพราะต้องไม่ลืมว่า “ไอเดียร์ สุชาดา” ไม่ใช่สาวสวยที่เพิ่งเดินเข้ามาในแวดวงการเมือง แล้วบังเอิญมาเกี่ยวข้องกับ “ไชยชนก”

เธอเคยทำงานอยู่ในกระทรวงดีอี ในตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี และมีบทบาทเป็นโฆษกกระทรวงในช่วงที่ผ่านมา

ชัดๆ ก็คือ เป็นคนที่อยู่ในทีมงานของรัฐมนตรี เป็นคนที่อยู่ใกล้กับฝ่ายบริหารของกระทรวงมากที่สุดคนหนึ่ง

และวันนี้ คนคนเดียวกันนี้ กำลังถูกตั้งคำถามเรื่องทรัพย์สินของครอบครัว โดยเฉพาะของสามี ที่รวยมาก

ขณะเดียวกัน เราก็ต้องย้อนกลับไปดูอีกเรื่องหนึ่ง … นั่นคือเรื่อง“สินบน 40 ล้านบาท”

เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ใครเอามาเปิดประเด็น หรือเอามาพูดลอยๆ หรือเป็นเฟกนิวส์ ในโซเชียลฯ

แต่ต้นเรื่องมาจากปากของ “ไชยชนก” เอง!

ปีที่แล้ว “ไชยชนก” พูดที่ประชุมรัฐสภาว่า ก่อนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี มีคนติดต่อผ่านคนรู้จัก เสนอเงินถึง 40 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อแลกกับการไม่ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และเว็บไซต์ผิดกฎหมาย

วันนี้ผ่านมาประมาณหนึ่งปีแล้ว เรื่องไปถึงไหน มีคนเสนอเงินจริงหรือไม่ คนที่เสนอคือใคร เงินมาจากเครือข่ายไหน มีเส้นทางการเงินหรือไม่ มีการสอบสวนไปถึงใคร และที่สำคัญที่สุดคือ มีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่?

นี่คือคำถามที่ “รังสิมันต์ โรม” นำกลับมาถามในสภา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา และ “ไชยชนก” ก็ตอบแค่ว่า ได้ส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแล้ว

เรื่อง 40 ล้าน เลยยังเป็นคำถามค้างอยู่ในอากาศ เพราะยังไม่มีคำตอบที่ทำให้สังคมรู้สึกว่ามัน “จบแล้ว”

แล้วจู่ๆ คนที่เคยอยู่ใกล้ตัวรัฐมนตรีอย่าง “ไอเดียร์” ก็มาปรากฏอยู่กลางอีกประเด็นหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมหาศาล
ตรงนี้แหละ ที่เรื่องมันเริ่มเชื่อมโยงกันใน “สายตาของสังคม”

ไชยชนก ชิดชอบ – สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
นี่ไม่ได้บอกว่า “ไชยชนก” เกี่ยวข้องกับเงินของสามีสุชาดา ไม่ได้บอกว่าสุชาดา ทำผิด และไม่ได้ว่าสามีของเธอเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์...เพราะเรื่องเหล่านี้ต้องใช้หลักฐาน

แต่ในทางการเมือง สิ่งที่น่ากลัวบางครั้งไม่ใช่หลักฐานเพียงอย่างเดียว ... แต่มันคือ“คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ”!

เพราะถ้าเรื่อง 40 ล้านบาท ของรัฐมนตรีดีอี สามารถเคลียร์ได้หมด ว่าใครเสนอ ใครอยู่เบื้องหลัง รัฐบาลตรวจสอบอย่างไร และ ผลสอบเป็นอย่างไร

ขณะเดียวกัน เรื่องทรัพย์สินของ “ไอเดียร์กับสามี“ ก็สามารถเปิดเอกสารออกมาอธิบายได้ว่า เงินมาจากไหน ธุรกิจคืออะไร การปล่อยกู้คืออะไร เงินหมุนเวียนผ่านใครบ้าง

เรื่องสองเรื่องนี้ ก็จะแยกออกจากกันได้อย่างชัดเจน

แต่ถ้ายังอึมครึม ไม่เคลียร์อะไรสักอย่าง เรื่องหนึ่งก็ยังค้าง อีกเรื่องหนึ่งก็ยังตอบไม่ได้ แถมคนที่อยู่ตรงกลางของสองเรื่องนี้ ดันเป็นคนที่เคยทำงานใกล้ชิดกับรัฐมนตรี เสียอีก

มันก็ไม่น่าแปลกใจที่สังคมจะตั้งคำถามว่า “มันเกี่ยวกันหรือเปล่า (วะ)?” ทั้งๆที่ในความเป็นจริงมันอาจจะไม่ได้เกี่ยวกันเลยก็ได้
นี่คือสิ่งที่ฝ่ายการเมืองต้องเข้าใจ เพราะการเมืองไม่ได้ตัดสินกันเฉพาะในห้องสอบสวน

แต่บางครั้งการเมืองตัดสินกันด้วย “ความโปร่งใส”...ให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน!

สำหรับ “ไชยชนก”...ในเมื่อคุณเป็นรัฐมนตรี แล้วเป็นคนเปิดประเด็นเรื่องเงิน 40 ล้านบาทขึ้นมาเอง คุณก็มีหน้าที่ต้องทำให้ประชาชนรู้ว่า เรื่องนั้นไปถึงไหนแล้ว

และเมื่อคนที่เคยทำงานใกล้ชิดคุณ กำลังถูกสังคมตั้งคำถามเรื่องทรัพย์สินของครอบครัว สิ่งที่รัฐมนตรีควรทำ ไม่ใช่การบอกว่า “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับผม”

แต่ควรทำให้เห็นว่าเรื่องของผม ตรวจสอบได้อย่างไร เรื่องของเธอ ตรวจสอบอย่างไร และสองเรื่องนี้ ไม่มีอะไรเชื่อมโยงกันตรงไหน

เพราะยิ่งปล่อยให้มีช่องว่าง คนก็ยิ่งเอาสองเรื่องมาปะติดปะต่อกันเอง แล้วก็เอาไปป่าวประกาศในโซเชียล

สุดท้าย สิ่งที่อาจเสียหาย ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงของ “สส.ไอเดียร์” หรือสามีของเธอ แต่มันจะลากกลับไปถึงความน่าเชื่อถือของ “รัฐมนตรี ดีอี” ด้วย

เพราะตราบใดที่ยังไม่มีความชัดเจน มันก็จะเกิดวงจรทางการเมืองขึ้นมาอย่างหนึ่ง นั่นคือ...

จากไชยชนก... มาถึงไอเดียร์...จากไอเดียร์ไปถึงสามี...แล้วจากสามีไอเดียร์ ก็จะย้อนกลับมาหาไชยชนกอีกครั้ง!

ดังนั้น ช่วงนี้ต้องจับตา สถานะทางการเมืองทั้งในพรรค และในกระทรวงดีอี ของ “ไอเดียร์” ให้ดี ว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่

ส่วน“สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์” พ่อของ “ไอเดียร์” ที่กำลังลุ้นเก้าอี้รัฐมนตรี ในการปรับครม.ครั้งหน้า ก็พอเถอะ เก็บฉากไปได้เลย!