นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์ฝนตกหนัก และเกิดน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ และในหลาย ๆ จังหวัด จนถึงวันนี้ก็ประมาณ 12 วันเข้าไปแล้ว กระทรวงพาณิชย์ ที่มีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กำกับดูแลอยู่ ได้ทำอะไรไปบ้าง และมาตรการที่ดำเนินการไป ทันเกม ทันเวลาหรือไม่ โดยเฉพาะงานในอำนาจหน้าที่ ทั้งการกำกับดูแลราคาสินค้า การป้องกันสินค้าขาดแคลน และการป้องกันการโก่งราคา เอาเปรียบประชาชนในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม
หากจำกันได้ ช่วงเกิดน้ำท่วมช่วงแรก ๆ ประชาชนแตกตื่น ได้มีการซื้อกักตุนสินค้า ทำให้สินค้าหายไปจากชั้นวาง ทั้งในห้างค้าส่งค้าปลีก และร้านสะดวกซื้อ ต่อมาสินค้าบางรายการเริ่มขยับราคาขึ้น อาทิ ไข่ไก่ ผักสด เพราะแหล่งผลิตได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
ตอนนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้จัดตั้ง Single Command โดยมี ร.ต.จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ควบคุม และ War Room ของกรมการค้าภายใน ติดตามกันตลอด 24 ชั่วโมง เชื่อมข้อมูลจากทุกหน่วยงานและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เพื่อดูทั้งปริมาณสินค้า ความต้องการของแต่ละพื้นที่ ราคา และเส้นทางขนส่ง พื้นที่ไหนเริ่มมีปัญหา จะได้เข้าไปประสานแก้ไขได้ทัน เพราะสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น ทำให้บางพื้นที่มีปัญหาสินค้าขาด ซึ่งได้ประสานให้เพิ่มรอบการจัดส่ง ปรับรูปแบบการขนส่ง เพื่อให้มีสินค้าจำหน่ายเพียงพอ
ต่อมา ได้บริหารจัดการสินค้า 3 กลุ่มหลักช่วงน้ำท่วมเป็นพิเศษ 3 ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค ได้มีการประสานผู้ผลิต ห้างค้าส่งค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ และศูนย์กระจายสินค้า เพิ่มสต็อกและเพิ่มรอบกระจายสินค้า เพื่อให้มีสินค้าเพียงพอ โดยเฉพาะในพื้นที่ ที่การขนส่งได้รับผลกระทบ ลดปัญหาสินค้าขาดช่วงจากการขนส่งที่ได้รับผลกระทบ และขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ตรึงราคาจำหน่ายปลีก พร้อมจัดโปรโมชันลดค่าครองชีพ
ทั้งนี้ มีข้อมูลว่า ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.2569 มีห้าง–ร้านที่ได้รับผลกระทบและปิดให้บริการ 352 สาขา โดยกลับมาเปิดแล้ว 240 สาขา และยังปิดอยู่ 112 สาขา แต่จนถึงขณะนี้ สาขาที่ปิดน่าจะน้อยลงกว่านี้
ไข่ไก่ ได้ประสานฟาร์มเพิ่มปริมาณไข่ไก่เข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ทั้งขายให้กับผู้ค้าที่ไม่สามารถหาซื้อจากผู้ผลิตรายเดิมได้ เพราะแหล่งผลิตอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม และจัดส่งเข้าห้างค้าส่งค้าปลีกตามปกติ พร้อมขอความร่วมมือผู้ส่งออกชะลอและเลื่อนแผนการส่งออกในช่วงนี้ เพื่อให้มีไข่เพียงพอกับความต้องการในประเทศก่อน รวมถึงติดตามราคาและปริมาณอย่างใกล้ชิด ส่วนพื้นที่ไหน ที่ประสบปัญหาขาดแคลนไข่ไก่ ได้ประสานทหารให้ช่วยขนส่งเข้าไปให้
ผักสด มีพื้นที่ปลูกบางแห่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ได้เชื่อมผักจากแหล่งผลิตที่ยังมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดกลางสำคัญ อาทิ ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท ตลาดศรีเมือง และตลาดล้านเมือง แล้วกระจายต่อไปยังตลาดสด ร้านค้า และร้านอาหาร เพื่อเพิ่มปริมาณผักเข้าสู่ตลาดและช่วยลดแรงกดดันด้านราคา ซึ่งขณะนี้ สถานการณ์ด้านราคาเริ่มปรับตัวลดลงในหลาย ๆ รายการ และยังได้เตรียมการรับมือเทศกาลกินเจ จะจัด “ไทยช่วยไทย : อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม เทศกาลกินเจ 2569” ระหว่างวันที่ 9–18 ต.ค.2569 โดยร่วมมือกับตลาดกลาง ตลาดสด ห้างค้าปลีกค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อ ผู้ประกอบการอาหารอนาคต (Future Food) และร้านอาหาร จัดจำหน่าย อาหารเจปรุงสุกในราคาประหยัด พร้อมจัดโปรโมชัน วัตถุดิบเจและเครื่องปรุงเจ ลดสูงสุดกว่า 50% รวมถึงอาหารเจพร้อมรับประทาน และผลิตภัณฑ์อาหารเจรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารเจได้หลากหลาย ในราคาที่เหมาะสม และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจ
นอกจากนี้ ยังมีการติดตามการขนส่งช่วงน้ำท่วม ทั้งการขอให้ผู้ประกอบการเพิ่มรอบรถ ปรับเส้นทางตามสถานการณ์ และในพื้นที่น้ำท่วมสูงที่รถขนส่งทั่วไปเข้าไม่ถึง ได้ประสานทั้งกลาโหมและภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุน เพื่อไม่ให้การกระจายสินค้าสะดุด และให้สินค้าจำเป็นเข้าไปถึงคนในพื้นที่ให้ได้ต่อเนื่อง รวมทั้งเดินทางไปตรวจศูนย์กระจายสินค้า เพื่อให้เห็นภาพว่าสินค้ามีเพียงพอ และพร้อมที่กระจายออกสู่พี่น้องประชาชน
ขณะเดียวกัน ได้ดูแลราคาและป้องกันการฉวยโอกาส โดยกรมการค้าภายใน มีการติดตามทั้งราคาและปริมาณสินค้า ตั้งแต่ขายส่งจนถึงขายปลีก หากพบการกักตุน ไม่ปิดป้ายราคา หรือฉวยโอกาสขายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมเปิดสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ให้แจ้งเหตุ และปัญหาเกี่ยวกับราคาสินค้าตลอด 24 ชั่วโมง
ทางด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ได้จัดส่งถุงยังชีพจำนวน 2,000 ชุด เพื่อส่งมอบให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดปราจีนบุรี เพราะต้องการช่วยบรรเทาและแบ่งเบาภาระของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย แม้กระทรวงพาณิชย์จะไม่ใช่หน่วยงานหลักในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่หากพื้นที่ใดมีความต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษและประสานเข้ามา ก็พร้อมเข้าไปสนับสนุนในส่วนที่สามารถดำเนินการได้
ส่วนแผนการดำเนินการต่อไป ได้เตรียมมาตรการสำหรับช่วงหลังน้ำลดไว้แล้ว โดยตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค.2569 จะเริ่ม “ไทยช่วยไทย ธงฟ้า ลดค่าครองชีพ” นำสินค้าทำความสะอาด วัสดุก่อสร้าง สินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดไปจำหน่ายในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบ และเตรียมจัดกว่า 1,000 แห่ง ครอบคลุม 4 ภาค 77 จังหวัด เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนในช่วงการฟื้นฟู เพื่อให้กลับมายืนได้โดยเร็วที่สุด
ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 12 วัน การกำกับดูแลราคาสินค้า ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างไข่ไก่ และผักสด ถือว่าเป็นไปตามแผน ยังไม่เห็นสัญญาณความปั่นป่วน แต่จะสอบผ่านหรือสอบตก พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยจริง หรืออยู่ในพื้นที่น้ำท่วมจริง จะเป็นคนที่ต้องตรวจข้อสอบ และให้กระทรวงพาณิชย์ ยุคศุภจี สุธรรมพันธุ์ กำกับดูแล สอบผ่านหรือสอบตก

