ศึกซักฟอกร้อนระอุ อนุทินเมินปรับ ครม. กล่าวสาธุพร้อมรับเสียงโหวตจากกล้าธรรม ด้านโรมลั่นซักฟอกครั้งนี้ไม่ฉายหนังซ้ำ มั่นใจข้อมูลแน่นเขย่าระบอบสีน้ำเงิน
ยิ่งใกล้วันอภิปรายไม่ไว้วางใจ บรรยากาศการเมืองยิ่งเข้มข้นขึ้นทุกขณะ เมื่อรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศพร้อมรับมือข้อซักถามและชี้แจงทุกข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน ย้ำมั่นใจเสียงสนับสนุนในสภา และยังกล่าว "สาธุ" หากพรรคกล้าธรรมลงคะแนนให้ ด้านพรรคประชาชนเดินหน้าประกาศความพร้อมในการเปิดข้อมูลอภิปรายรัฐมนตรี 18 คน โดยย้ำมุ่งตรวจสอบแกนกลางของสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ท่ามกลางเดิมพันสำคัญทั้งเสถียรภาพรัฐบาลและความเชื่อมั่นของประชาชน
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านขอเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 วัน ว่ารัฐบาลจะจัดสรรเวลาให้ได้กี่วันนั้น ขึ้นอยู่กับวิป ส่วนจะกำหนดให้ฝ่ายค้านอภิปรายในช่วงใด ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียด ต้องรอให้ผู้เกี่ยวข้องหารือกันก่อนและประสานมายังรัฐบาล เนื่องจากยังไม่มีการติดต่อเข้ามา
เมื่อถามว่าได้หารือกับพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วหรือไม่ หลังมีข้อสังเกตว่าการที่ฝ่ายค้านไม่ยื่นอภิปรายรัฐมนตรีในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยอาจเป็นความพยายามสร้างความแตกแยกในพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะการทำงานร่วมกันต้องมีมารยาท
ส่วนความมั่นใจในเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทินตอบว่า “มั่นใจครับ” ส่วนความเป็นไปได้ที่พรรคกล้าธรรมจะช่วยสนับสนุนรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า “สาธุครับ” และยืนยันว่าไม่ได้พูดคุยกับพรรคกล้าธรรมในเรื่องนี้ และไม่มีการทำข้อตกลงล่วงหน้าแต่อย่างใด
สำหรับความเป็นไปได้ในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายอนุทินระบุว่ายังไม่ได้คิดถึงเรื่องดังกล่าว ขณะนี้คนที่กลัวถูกปรับออกจากตำแหน่งคือคนที่ไม่ได้ถูกอภิปราย
ด้านนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณี สส.พรรคภูมิใจไทยหลายคนออกมาตอบโต้ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน โดยเรียกว่าเป็น “บันเทิงธิปไตย” ว่า หากจะหยิบยืมคำพูดของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ก็ควรนำคำพูดมาใช้ให้ครบถ้วน พร้อมเรียกร้องให้ช่วยอธิบายความหมายของคำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” และ “ใบอนุญาตสองใบ” ที่นายปิยบุตรเคยกล่าวถึงด้วย
นายรังสิมันต์มองว่า การนำถ้อยคำดังกล่าวมาใช้มีเจตนาทำให้พรรคประชาชนถูกลดความน่าเชื่อถือ พร้อมระบุว่าพรรคเข้าใจเจตนาของบุคคลในเครือข่ายสีน้ำเงินอยู่แล้ว
เมื่อผู้สื่อถามว่า จะเป็นการฉายหนังซ้ำหรือไม่ เพราะบางเรื่องอาจจะเคยปรากฏในหน้าสื่อหรือต่อสาธารณะอยู่แล้ว รองหัวหน้าพรรคประชาชนตอบว่า ไม่ได้เป็นการฉายหนังอะไร มันคือการฉายความทุกข์ร้อนของประชาชน ว่าภาพที่สังคมไทยกำลังเจออยู่รุนแรงแค่ไหน เราไม่ปฏิเสธว่าหลักฐานบางอย่าง นักวิเคราะห์การเมืองคงพอจะเห็นภาพอยู่บ้าง แต่หลายส่วนก็อาจจะไม่เคยเห็น ดังนั้นคงมีทั้งสองอย่าง แต่มั่นใจว่าทุกสิ่งที่เราพูด ไม่ใช่พยานหลักฐานประเภทกล่าวเท็จหรือข่าวโคมลอยแน่นอน
ยิ่งใกล้วันอภิปรายไม่ไว้วางใจ บรรยากาศการเมืองยิ่งเข้มข้นขึ้นทุกขณะ เมื่อรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศพร้อมรับมือข้อซักถามและชี้แจงทุกข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน ย้ำมั่นใจเสียงสนับสนุนในสภา และยังกล่าว "สาธุ" หากพรรคกล้าธรรมลงคะแนนให้ ด้านพรรคประชาชนเดินหน้าประกาศความพร้อมในการเปิดข้อมูลอภิปรายรัฐมนตรี 18 คน โดยย้ำมุ่งตรวจสอบแกนกลางของสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ท่ามกลางเดิมพันสำคัญทั้งเสถียรภาพรัฐบาลและความเชื่อมั่นของประชาชน
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านขอเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 วัน ว่ารัฐบาลจะจัดสรรเวลาให้ได้กี่วันนั้น ขึ้นอยู่กับวิป ส่วนจะกำหนดให้ฝ่ายค้านอภิปรายในช่วงใด ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียด ต้องรอให้ผู้เกี่ยวข้องหารือกันก่อนและประสานมายังรัฐบาล เนื่องจากยังไม่มีการติดต่อเข้ามา
เมื่อถามว่าได้หารือกับพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วหรือไม่ หลังมีข้อสังเกตว่าการที่ฝ่ายค้านไม่ยื่นอภิปรายรัฐมนตรีในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยอาจเป็นความพยายามสร้างความแตกแยกในพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะการทำงานร่วมกันต้องมีมารยาท
ส่วนความมั่นใจในเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทินตอบว่า “มั่นใจครับ” ส่วนความเป็นไปได้ที่พรรคกล้าธรรมจะช่วยสนับสนุนรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า “สาธุครับ” และยืนยันว่าไม่ได้พูดคุยกับพรรคกล้าธรรมในเรื่องนี้ และไม่มีการทำข้อตกลงล่วงหน้าแต่อย่างใด
สำหรับความเป็นไปได้ในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายอนุทินระบุว่ายังไม่ได้คิดถึงเรื่องดังกล่าว ขณะนี้คนที่กลัวถูกปรับออกจากตำแหน่งคือคนที่ไม่ได้ถูกอภิปราย
ด้านนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณี สส.พรรคภูมิใจไทยหลายคนออกมาตอบโต้ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน โดยเรียกว่าเป็น “บันเทิงธิปไตย” ว่า หากจะหยิบยืมคำพูดของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ก็ควรนำคำพูดมาใช้ให้ครบถ้วน พร้อมเรียกร้องให้ช่วยอธิบายความหมายของคำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” และ “ใบอนุญาตสองใบ” ที่นายปิยบุตรเคยกล่าวถึงด้วย
นายรังสิมันต์มองว่า การนำถ้อยคำดังกล่าวมาใช้มีเจตนาทำให้พรรคประชาชนถูกลดความน่าเชื่อถือ พร้อมระบุว่าพรรคเข้าใจเจตนาของบุคคลในเครือข่ายสีน้ำเงินอยู่แล้ว
เมื่อผู้สื่อถามว่า จะเป็นการฉายหนังซ้ำหรือไม่ เพราะบางเรื่องอาจจะเคยปรากฏในหน้าสื่อหรือต่อสาธารณะอยู่แล้ว รองหัวหน้าพรรคประชาชนตอบว่า ไม่ได้เป็นการฉายหนังอะไร มันคือการฉายความทุกข์ร้อนของประชาชน ว่าภาพที่สังคมไทยกำลังเจออยู่รุนแรงแค่ไหน เราไม่ปฏิเสธว่าหลักฐานบางอย่าง นักวิเคราะห์การเมืองคงพอจะเห็นภาพอยู่บ้าง แต่หลายส่วนก็อาจจะไม่เคยเห็น ดังนั้นคงมีทั้งสองอย่าง แต่มั่นใจว่าทุกสิ่งที่เราพูด ไม่ใช่พยานหลักฐานประเภทกล่าวเท็จหรือข่าวโคมลอยแน่นอน

