ศึกซักฟอกระอุ อนุทินไม่ปลื้มเวลา 5 วัน ชี้เยอะเกินไป ขีดเส้นสะดวกแจงแค่เดือนตุลาคม ด้านรัฐบาลไม่หวั่น ตั้งทีมเตรียมข้อมูลพร้อมโต้กลับทุกประเด็น
ความเคลื่อนไหวก่อนศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจกำลังเป็นที่จับตา ทั้งเรื่องกำหนดวันอภิปรายและกรอบเวลาที่ฝ่ายค้านเสนอขอไว้ 5 วัน ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณรัฐบาลพร้อมรับมือการตรวจสอบตามขั้นตอนของสภาฯ แต่เห็นว่าระยะเวลา 5 วันอาจมากเกินไป
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีประธานสภาผู้แทนราษฎรประสานมายังรัฐบาลเกี่ยวกับช่วงเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วหรือไม่ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสาน เนื่องจากตามขั้นตอนเมื่อมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประธานสภาฯ จะต้องพิจารณาญัตติก่อน หากเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนจึงจะแจ้งมายังรัฐบาล
นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องช่วงเวลาของการอภิปรายนั้น ช่วงเดือนตุลาคมยังสะดวก แต่มีภารกิจที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้คือระหว่างวันที่ 14-19 พฤศจิกายน ซึ่งต้องเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและการประชุมเอเปค ดังนั้น ขอให้เป็นไปตามที่ประธานสภาฯ ประสานมา หากรัฐบาลมีความพร้อมก็สามารถดำเนินการได้ และเชื่อว่ารัฐมนตรีทั้ง 18 คนที่ถูกยื่นอภิปรายได้เตรียมข้อมูลชี้แจงไว้แล้ว
เมื่อผู้สื่อถามว่ากรอบเวลาอภิปรายมองว่ากี่วันถึงจะเหมาะ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติ ส่วนที่ฝ่ายค้านขอเวลาอภิปราย 5 วัน มองว่าอาจจะเยอะไป และครั้งนี้ก็ไม่ใช่การอภิปรายรัฐมนตรีมากที่สุด ในอดีตเคยมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทั้งคณะ ส่วนกี่วันถึงจะเหมาะนั้นก็ให้เป็นตามที่ดำเนินการมาตลอด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการที่พรรคฝ่ายค้านยื่นอภิปรายเพียงพรรคเดียวเพราะต้องการให้เกิดความแตกแยกในรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ถ้าเรื่องแค่นี้ทำให้พรรคร่วมแตกกันได้มันก็ไม่มีรัฐบาลแล้ว อย่าไปคิดว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้แตกกัน ซึ่งก็ดีที่พรรคเพื่อไทยไม่ถูกอภิปรายไปด้วย อย่างน้อยการที่เขาทำงานมาโดยตลอดก็จะทำได้ต่อเนื่อง อย่างไรเขาช่วยรัฐบาลอยู่แล้ว"
ด้าน นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจของรัฐบาล ถือเป็นเรื่องสำคัญของสภาฯ จึงคาดหวังว่าฝ่ายค้านจะไม่เน้นเรื่องวาทกรรมอย่างเดียว สิ่งที่หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นบันเทิงธิปไตยเพียงอย่างเดียว ซึ่งอยากให้เน้นในเรื่องของเนื้อหาจริงๆ แน่นอนว่างานของโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกองงานโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เราอาจต้องทำหน้าที่ติดตาม และคอยติดตามว่าการอภิปราย และการตอบของรัฐมนตรีแต่ละท่านเป็นอย่างไร
รวมถึงคอยสรุปเนื้อหาให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ เพราะปัจจุบันถ้าเราสังเกตดูว่าเวลาอภิปราย หรือคุยในสภาที่ยาวๆ บางทีเราต้องการคนที่มาคอยสรุปให้ ตรงนี้ตนเห็นว่าเป็นจุดสำคัญ เพราะประสบการณ์จากที่เคยเจอ คือ เวลาที่มีการอภิปรายจะมีการเตรียมที่จะเป็นโค้ดคำพูด หรือมีการเตรียมทำข่าวสั้นๆไว้ และปล่อยออกมาในช่วงอภิปรายของพรรคฝ่ายค้าน ตรงนี้เองเป็นสิ่งที่ ครม. ต้องมีการเตรียมตัวเช่นเดียวกันเพื่อไม่ให้ข้อความที่ตอบไป ถูกนำไปบิดเบือน หรือใช้บางคำพูดบางประโยคที่ตอบไปเทียบคู่กับคำถามฝ่ายค้าน ซึ่งคิดว่าเป็นงานที่ทางทีมโฆษกฯ จะติดตามทำงานอย่างใกล้ชิด ถึงแม้ว่าโฆษกจะไม่โดนอภิปรายแต่จะมีส่วนร่วม

