xs
xsm
sm
md
lg

ตร. บุกทลายออฟฟิศคอลเซ็นเตอร์กลางพัทยา รวบ 3 ราย อ้างเป็นตำรวจไซเบอร์ หลอกสแกน QR Code

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ข่าวศรีราชา - ตำรวจสืบสวนภาค 2 สนธิกำลังตำรวจเมืองพัทยา บุกตรวจค้นออฟฟิศต้องสงสัย รวบผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง คอมพิวเตอร์ และสมุดบัญชีธนาคาร เบื้องต้นพบพฤติการณ์แอบอ้างเป็นตำรวจไซเบอร์ หลอกผู้ที่เคยถูกมิจฉาชีพโกงเงิน อ้างช่วยติดตามเงินคืน ก่อนส่ง QR Code ให้สแกน สารภาพเคยทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา ก่อนกลับมาเปิดออฟฟิศในพัทยา

วันนี้(13 ต.ค.) พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 2 หรือ “ผู้การออย” นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.2 สนธิกำลังตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เข้าตรวจค้นออฟฟิศต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์ในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ก่อนจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์สื่อสารและเอกสารหลายรายการ

จากการตรวจสอบพฤติการณ์เบื้องต้น พบว่ากลุ่มผู้ต้องหามุ่งเป้าไปยังประชาชนที่เคยตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ “ตำรวจไซเบอร์” ติดต่อสร้างความน่าเชื่อถือ พร้อมอ้างว่าสามารถติดตามเงินที่ถูกหลอกไปกลับคืนมาได้ ก่อนส่ง QR Code ให้ผู้เสียหายสแกน ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า QR Code ดังกล่าวเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดอย่างไร รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง

รายงานระบุว่า ระหว่างการสอบสวน ผู้ต้องหาได้แสดงวิธีการพูดคุยกับผู้เสียหายเพื่อหลอกลวงเงินให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การรับสารภาพเบื้องต้นว่า ก่อนหน้านี้เคยเดินทางไปทำงานกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศกัมพูชาประมาณ 1 ปี ก่อนกลับประเทศไทยและชักชวนกันมาเปิดออฟฟิศในเมืองพัทยา ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือในการติดต่อหลอกลวงประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

สำหรับของกลางที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง ซิมการ์ดและเอกสารที่เกี่ยวข้อง 3 รายการ สมุดบันทึกข้อมูล 3 เล่ม สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม และกระเป๋าเป้ 1 ใบ เจ้าหน้าที่นำของกลางไปตรวจสอบข้อมูลการติดต่อ ประวัติการใช้งาน และหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี

เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงกับบุคคลหรือเครือข่ายอื่น รวมถึงตรวจสอบจำนวนผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหายที่แท้จริง

ทั้งนี้ ตำรวจฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่เคยถูกหลอกโอนเงิน ให้ระมัดระวังบุคคลที่ติดต่อมาแอบอ้างเป็นตำรวจไซเบอร์หรือเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเสนอช่วยติดตามเงินคืน พร้อมส่ง QR Code หรือแนะนำให้ดำเนินการเกี่ยวกับบัญชีธนาคาร ไม่ควรหลงเชื่อหรือรีบปฏิบัติตาม ควรตรวจสอบกับหน่วยงานราชการผ่านช่องทางทางการโดยตรง เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อซ้ำอีกครั้ง