นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังน้ำท่วมขังในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่พบร่องรอยที่คาดว่าอาจเกิดจากน้ำชะกากอุตสาหกรรมและสารปนเปื้อนจากบ่อฝังกลบและพื้นที่กำจัดบำบัดของเสียของโรงงาน จึงใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 สั่งปิดหลุมฝังกลบกากอุตสาหกรรมทั้งหมด สำรวจการปนเปื้อนทั้งภายในและภายนอกโรงงาน และระงับการรับกากของเสียเข้าพื้นที่เพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังสั่งให้โรงงานปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย จัดเก็บวัตถุดิบและกากของเสียภายในอาคาร พร้อมให้วิศวกรตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของคันดินและอาคาร โดยกำหนดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569
สำหรับผลตรวจตัวอย่างน้ำ 3 จุด ได้แก่ บริเวณถังบรรจุของเสีย บ่อน้ำชะกากอุตสาหกรรม และพื้นที่ปนเปื้อนภายนอกโรงงาน ซึ่งรายงานผลเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 พบว่าสารมลพิษส่วนใหญ่ไม่เกินมาตรฐาน และโลหะหนักส่วนใหญ่ตรวจไม่พบ ส่วนที่ตรวจพบมีปริมาณต่ำกว่าหรือไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ตรวจพบค่าน้ำมันและไขมันเกินมาตรฐานน้ำทิ้งโรงงาน รวมถึงไฮโดรคาร์บอนในระดับสูง โดยเฉพาะบริเวณบ่อน้ำชะกากอุตสาหกรรมและภายนอกโรงงาน ซึ่งมีลักษณะสอดคล้องกับน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วหรือเชื้อเพลิงทดแทนที่ใช้ในกระบวนการผลิต แต่การยืนยันแหล่งกำเนิดต้องอาศัยการตรวจสอบเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน ผลตรวจยังพบค่า BOD สูงกว่า 4.0 มิลลิกรัมต่อลิตร ทำให้คุณภาพน้ำเข้าข่ายแหล่งน้ำประเภทที่ 5 ซึ่งไม่เหมาะสำหรับการอุปโภคบริโภค กรมโรงงานอุตสาหกรรมจึงเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้น้ำปนเปื้อน ห้ามนำมาดื่มกิน ไม่สัมผัสโดยตรงเป็นเวลานาน และหลีกเลี่ยงการสูดดมอากาศเหนือผิวน้ำบริเวณที่มีคราบน้ำมัน พร้อมยืนยันว่าจะติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำและการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนในระยะยาว

