เปิดบันทึกข้อตกลง “รฟท.-ซีพี.”เดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์ 4 เดือน เอกชนถอนหลักประกันคืน 533 ล้านบาท รฟท.เข้าตรวจนับทรัพย์สินทำแผนถ่ายโอนเดินรถเสร็จใน 1 เดือน ให้รฟฟท.พร้อมเข้าเดินรถทันที 1 ก.พ. 2570 ระบุข้อตกลงไม่มีผล ประนีประนอมยอมความ ระงับ หรือยุติสิทธิเรียกร้องใดๆ ก่อนหน้า
โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) วงเงิน 2.24 แสนล้านบาท มีประเด็นสำคัญ หลัง หลัง บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (ในเครือบริษัท ซีพี.) มีหนังสือถึงการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 แจ้งขอใช้สิทธิให้สัญญาร่วมลงทุนสิ้นสุดลงตามข้อ 6.2 และกำหนดให้สัญญามีผลสิ้นสุดในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 และขอยุติการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) หลัง MOU สิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. 2569 ด้วย ต่อมารฟท.ได้เจรจากับ เอเชีย เอรา วันฯ ตกลงเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ อีก 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 - 31 ม.ค. 2570
โดย รฟท. และเอเชีย เอรา วันฯ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง เพื่อสนับสนุนการให้บริการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569
จากที่รฟท. ได้ลงนามสัญญาลงทุน โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน กับ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด วันที่ 24 ตุลาคม 2562 โดยสัญญาร่วมลงทุนระบุให้เอกชน มีหน้าที่ต้องชำระค่าให้สิทธิ ร่วมลงทุนในแอร์พอร์ต เรลลิงก์ เป็นจำนวนเงิน 10,671,090,000 บาท ให้ครบถ้วนภายใน 2 ปี นับจากวันที่สัญญาร่วมลงทุน มีผลใช้บังคับ
ต่อมา เอกชนได้มีหนังสือที่่ EHSR1-ARX-EHSR3AL-SRT-LETR-000009 ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2564 แจ้ง รฟท. ว่า บริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 บริษัทฯ จึงไม่สามารถชำระค่าสิทธิแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ให้ รฟท. ครบถ้วนทั้งจำนวนในคราวเดียวภายใน 2 ปี เอกชนขอให้ รฟท. พิจารณาแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนใน ส่วนที่เกี่ยวข้องกับระยะเวลาการชำระและหลักเกณฑ์การชำระค่าสิทธิแอร์พอร์ต เรลลิงก์
คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) มีมติรับทราบปัญหาโครงการฯ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2564 และคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบ เมื่อวันที่่ 19 ตุลาคม 2564 รฟท.และเอกชน ทำทำบันทึกข้อตกลง วันที่ 20 ตุลาคม 2564 เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจาก โรคโควิด-19 พร้อมเงินหลักประกันจำนวน 1,067 ล้านบาท
@ เปิด MOU “ซีพี.” ถอนเงินหลักประกัน 533 ล้านบาท
สำหรับบันทึกข้อตกลง ฉบับวันที่ 29 กันยายน 2569 มีจำนวน 9 ข้อ มีเนื้อหา ได้แก่ ข้อ 2 คู่สัญญาตกลงว่าการเข้าทำบันทึกข้อตกลงฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ่อสนับสนุนให้การให้บริการ แอร์พอร์ต เรลลิงก์ ซึ่งเป็นบริการสาธารณะ เป็นไปอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดชะงัก ภายใต้กรอบมติ ของที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) วันที่ 4 ตุลาคม 2564 มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 19 ตุลาคม 2564 และตามขั้้นตอนที่กฎหมายไทยที่ เกี่ยวข้องกำหนด
ข้อ 3 บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง วันที่ 31 มกราคม 2570
ข้อ 4 ตลอดระยะเวลาที่บันทึกข้อตกลงฉบับนี้มีผลใช้บังคับ รฟท. ยังคงเป็นผู้มีสิทธิดำเนินการแอร์พอร์ต เรลลิงก์ และ รฟท. จะยังคงมีสิทธิได้รับรายได้ค่าโดยสารฯ และรายได้จากการดำเนินกิจการทาง พาณิชย์ในแอร์พอร์ต เรลลิงก์
ข้อ 5 คู่สัญญาตกลงให้ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง วันที่ 31 มกราคม 2570 บริษัทฯ รับภาระในการสนับสนุน รฟท. และ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ซึ่ง เป็นบริษัทลูกที่ได้รับมอบหมายในการให้บริการเดินรถ ตามที่ รฟท. และ/หรือ รฟฟท. มอบหมายให้ดำเนินการ
ข้อ 6 คือ เอกชน ขอให้คืนเงินหลักประกันจำนวน 533,554,500 บาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักประกันที่บริษัทฯ ได้วางไว้ตามตามบันทึกข้อตกลงฉบับเดิม จำนวน 1,067,109,000 บาท ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 และให้เงินหลักประกันส่วนที่เหลือ 533,554,500 บาท เป็นหลักประกันการ ปฏิบัติตามข้อกำหนดในบันทึกข้อตกลงฉบับใหม่ โดยรฟท.จะคืนเงินหลักประกันการปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงให้แก่บริษัทฯ เมื่อบันทึกข้อตกลงฉบับนี้สิ้นสุด ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทฯ ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดใดข้อกำหนดหนึ่งที่ระบุไว้ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ และไม่ดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาอันสมควรที่ รฟท. ได้แจ้งเป็นหนังสือ รฟท. สามารถหัก หลักประกันดังกล่าวได้
ตามบันทึกข้อตกลงนี้ ระยะ 4 เดือนนี้ รฟท. ยังคงเป็นผู้มีสิทธิดำเนินการแอร์พอร์ต เรลลิงก์ และ รฟท. จะยังคงมีสิทธิได้รับรายได้ค่าโดยสารฯ และรายได้จากการดำเนินกิจการทางพาณิชย์ในแอร์พอร์ต เรลลิงก์
เอกชนรับผิดชอบการให้บริการเดินรถ การซ่อมและบำรุงรักษา งานดูแลรักษาความสะอาด และงานรักษาความปลอดภัย โดยจะต้องให้บริการเดินรถตามตารางเวลาเดินรถ และแผนการเดินรถที่ตกลงกันไว้โดยเคร่งครัด
เอกชนจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดำเนินงาน โดย รฟท. ตกลงชำระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานฯ ให้แก่บริษัทฯ เป็นรายเดือน ในจำนวนเท่ากับรายได้ค่าโดยสารฯ ที่จัดเก็บในแต่ละเดือน
@ทำแผนถ่ายโอนเดินรถ เสร็จใน 1 เดือน (31 ต.ค.69 )
ข้อ 7 เพื่อให้บริการแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องภายหลังจากที่บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ สิ้นสุดผลการใช้บังคับ (1) รฟท. หรือหน่วยงานที่ รฟท. มอบหมาย จะเข้าตรวจนับทรัพย์สินที่ใช้ในการให้บริการเดินรถ ร่วมกับบริษัทฯ เพื่อรับมอบทรัพย์สินเพื่อการให้บริการเดินรถ ณ วันที่ส่งมอบ เมื่อบันทึกข้อตกลงฉบับนี้สิ้นสุดผลการใช้บังคับ
(2) รฟท.และบริษัทฯจะร่วมกันจัดทำแผนการถ่ายโอนการให้บริการเดินรถ ให้แล้วเสร็จภายใน1 เดือน นับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เพื่อให้ รฟท. ใช้ในการให้บริการเดินรถ ได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อครบกำหนดระยะเวลา
ข้อ 9 ระบุว่า เพื่อความชัดเจน คู่สัญญาตกลงว่า (1) หลักเกณฑ์การคำนวณและการนำส่งรายได้ค่าโดยสารฯ ตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ใช้บังคับ เฉพาะกับรอบระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไปเท่านั้น
(2) การเข้าทำและการปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ไม่มีผลเป็นการชำระ ปรับปรุง หักกลบ ลบหนี้ ประนีประนอมยอมความ ระงับ หรือยุติสิทธิเรียกร้องใดๆ ของคู่สัญญาฝ่ายใด ในส่วนของรอบระยะเวลาก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับเดิม และ ค่าใช้จ่ายในการที่บริษัทฯ ช่วยสนับสนุนการให้บริการเดินรถและบำรุงรักษาโครงการ เกี่ยวกับรถไฟในส่วนแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ให้เป็นไปตามบันทึกข้อตกลงฉบับเดิมและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
อนึ่ง การเข้าทำและการปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลง ฉบับนี้ ไม่มีผลเป็นการสละสิทธิใด ๆ ที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีอยู่แต่ประการใดทั้งสิ้น

