สะเทือนวงการพระเครื่อง แฉแชมป์แฟนพันธุ์แท้กลางไลฟ์สด ย้อมแมวพระหลักหมื่นขายเกือบล้าน สาวลึกถึงสมาคมใหญ่ต้นตอออกใบรับรองมั่วซั่ว แค่จ่ายเงินก็การันตีพระเก๊เป็นพระแท้ได้ทันที
ความเน่าในของวงการพระเครื่อง สร้างความปั่นป่วนอีกรอบ เรื่องของบรรดาเซียนกระดาษเปล่า เพิ่งซาไป ตอนนี้มีเซียนพระฝีแตกอีกครั้ง
สร้างความสั่นสะเทือนวงการวัตถุมงคล ไม่แพ้กัน เพราะมีเซียนระดับแชมป์รายการแฟนพันธุ์แท้ถึง 2 คน โดนเปิดโปงวีรกรรม
ตัวหลักก็คือ "นัท แฟนพันธุ์แท้" เจ้าของตำแหน่ง สุดยอดแฟนพันธุ์แท้ องค์พ่อจตุคามรามเทพ เมื่อปี พ.ศ. 2550 ชื่อจริง นายธนัท ชัยวชิระศักดิ์
ชื่อเสียงจากการเป็น นัท แฟนพันธุ์แท้ ถือเป็นการการันตีว่า ถ้าลูกค้ามาหาเขาละก็ ต้องได้พระแท้ติดมือไปแน่นอน
แต่ดันมาโดนน็อกคาจอไลฟ์สดของอินฟลูสายคุกสายนักเลง เจ้าของเพจดัง กาลครั้งหนึ่ง By โค้กซีโร่ ที่ถ่ายทำขั้นตอนการซื้อพระพุทธรูป พระพุทโธกลาง ระหว่างผู้ซื้อชื่อ จั๊วะ กับนัท ที่ตกลงกันไว้ด้วยราคาถึง 950,000 บาท
คนที่ดูไลฟ์สด และดูย้อนหลัง ที่มีจำนวนมหาศาล สามารถตัดสินได้จากสิ่งที่เห็น ทุกคนได้ดูกับตาเลยว่า เวลาที่เซียนพระจะเชือดหมู เขาทำกันอย่างไร และมันน่าขยะแขยงเบอร์ไหน
ความพยายามจะบิดให้พระโหลพระแก้บน อย่างพระรัชกาล ราคาหลักหมื่น ให้กลายเป็นพระหายากอย่างพระพุทโธกลาง ราคาหลักล้าน คนขายต้องทุ่มเทความกลิ้งกะล่อนแบบสุดชีวิต ไม่สนแล้วว่าตัวเองมีศักดิ์ศรีเซียนดังค้ำคอ
ถ้าผู้ซื้อไม่มีพระองค์จริงมาวางเทียบ จนเห็นเลยว่าขนาดของพระต่างกันลิบลับ ก็คงจับผิดยาก แต่แม้ขนาดจะต่างกันชัดๆ ว่าพระของนัท ไม่ใข่แน่ นัทก็พยายามหว่านล้อมโน่นนี่นั่น ไม่รีบถอยกลับ
อย่างสาเหตุพระของเขามีขนาดเล็กกว่ามาก นัทอ้างว่าเพราะมีการถอดแบบหลายรอบ กลายเป็นประเด็นที่คนล้อกันทั้งเมือง เพราะมันเป็นไปไม่ได้
สุดท้าย คนซื้อถึงขั้นต้องนับกลีบบัวใต้ฐานพระ ถึงจับโกหกคาจอ ถอดแบบอะไร กลีบบัวดันไม่เท่ากัน ทรงไม่เหมือนกันอีกต่างหาก
เห็นเลยว่า ถ้าลูกค้าไม่หนักแน่นพอ และไม่มีอินฟลูที่รู้ทันเหลี่ยมคนอย่างโค้กซีโร่ มาเป็นเพื่อน ดีลนี้คงหวานเจี๊ยบไปแล้ว
แต่แม้จะล่อนจ้อนขนาดนี้ แต่ นัท แฟนพันธุ์แท้ ยังขึงขังห้ามใช้คำว่าพระเก๊ อยู่นั่น ก็คงจริงแบบเขาว่า พระไม่เก๊ แต่มันไม่ตรงปก มันคนละรุ่น จะให้เรียกว่าอะไรดี
ฉายาแฟนพันธุ์แท้ของนัท เลยโดนโค้กซีโร่จัดหนัก เปลี่ยนเป็นแฟนพันธุ์แถ ซึ่งก็สมควรกับพฤติกรรมที่ทำไว้ทุกประการ และอาชีพขายพระของเขาจากนี้ไป บอกเลยว่าลำบากแล้ว เครดิตป่นปี้ไม่มีเหลือ
อีกทั้ง ผู้ซื้อที่ชื่อจั๊วะ ก็แสดงจุดยืนจะเอาเรื่อง นัท แฟนพันธุ์แท้ คดีฉ้อโกง ถึงขั้นไม่ยอมรับการคืนค่ามัดจำ 50,000 บาท นัทคงต้องเจอวิบากกรรม คดีอาญาอีกกระท่อก
ประเด็นที่น่าสนใจ คือใบเซอ หรือใบรับรองพระแท้ เพราะฝ่ายนัท มีใบเซอมาแสดงกับลูกค้าถึง 4 ใบ
งานนี้มีแชมป์แฟนพันธุ์แท้อีกคน ที่มีชื่อมาเอี่ยว ก็คือ ต้น ท่าพระจันทร์ เจ้าของแชมป์แฟนพันธุ์แท้พระเหรียญ ปี 2008 เพราะเป็นคนออกใบเซอ 1 ใน 4 ใบ มาช่วยรับรองพระไม่ตรงปกองค์นี้
และตัวหลักเลยในการออกใบเซอพระ ก็คือ สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ตั้งอยู่ชั้น 3 ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ห้างเดียวกันกับที่ตั้งร้านขายพระของนัท นั่นแหละ
หัวเรือใหญ่ของสมาคมคือเซียนเซเลบ พายัพ คำพันธุ์ ซึ่งพายัพเป็นคนเซ็นรับรอง ให้พระรัชกาล กลายเป็นพระพุทโธกลาง ร่วมกับเซียนดัง ต้อย เมืองนนท์
ซึ่งฝ่ายโค้กซีโร่ รุกไล่ไปที่ประเด็นการออกใบเซอ ซึ่งคล้ายเป็นขบวนการหลอกลวงเพื่อนของเขา แต่ต้อย เมืองนนท์ ที่โฟนอินมาอธิบายในรายการโหนกระแส ก็เต็มไปด้วยความไหลลื่นแถมไร้ความรับผิดชอบ
ถึงป๋าต้อยจะไม่ยอมรับว่าร่วมเชือดหมูกับนัท แต่มันก็สะท้อนความเน่าเฟะของการออกใบเซออยู่ดี ว่ามันไร้มาตรฐานสิ้นดี แค่ดูจากรูปถ่ายที่ส่งมา แล้วเชื่อเครดิตคำพูดของพวกเดียวกัน ก็สามารถเซ็นรับรองได้เลย
ทั้งที่ผู้ซื้อนั้น หากหลงเขื่อใบเซอละก็ ต้องเสียหายหลายแสน พูดอีกนัยหนึ่ง ใบเซอเหล่านั้น ก็เก๊พอกันกับพระนั่นแหละ
คนวงในสมาคมแฉว่า แท้จริงแล้ว การออกใบเซอก็เป็นแค่โมเดลธุรกิจที่ทำเงินอู้ฟู่ให้สมาคมและผู้เกึ่ยวข้อง เมื่อแต่ละใบมีมูลค่า 750 บาท เซียนไหนอยากซื้อง่ายขายคล่องกว่าเดิม ก็แล่นมาขอใบเซอ ออกเลขรับรองพระ
แต่ละเดือนสมาคมจึงทำเงินจากการเซ็นแกร๊กลงไปนับล้านบาท
ซึ่งใครที่ต้องการใบเซอ เพื่อให้ธุรกิจลื่นไหลซื้อง่ายขายคล่อง ต้องจ่ายเงินให้สมาคมทันทีไม่ว่าผลจะออกมาเป็นพระแท้หรือพระเก๊
ในกรณีที่กรรมการตรวจพระไม่แน่ใจ เซ็นดีไม่ดี บางครั้งก็เอาผลประโยชน์ไว้ก่อน ประเมินให้เป็นพระแท้ไว้ก่อน เพื่อให้ได้เงิน 750 บาท
กระบวนการออกใบเซอ จึงเป็นไปอย่างหยาบๆการันตีพระเก๊เป็นพระแท้ วันนี้ใครก็รู้ว่าการปลอมแปลงพระนั้น เกิดขึ้นจากองค์กรสูงสุดของวงการพระเครื่องพระบูชา โดยใช้กระดาษแผ่นเดียว
สมาคมเห็นแก่เงิน แทนที่จะใช้ความสุจริตตรงไปตรงมา เป็นตัวตั้ง เพราะตัวเองก็ได้เงิน เซียนพระพรรคพวกกันก็ได้เงิน กรรมเลยตกไปถึงคนธรรมดาตาไม่ถึง หอบพระเก๊กลับบ้านไปกราบกันปลกๆ ไม่รู้เท่าไรแล้ว ความเสียหายก็ประเมินค่ามิได้
ต่อกรณีของนัท แฟนพันธุ์แท้ สมาคมก็ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบใดๆ แสดงให้เห็นอย่างเดียว คือ ความลื่นไหลจับไม่ติด พูดจาเป็นน้ำกลิ้งบนใบบอน เหมือนๆ กันไปหมด
กรณีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สอนใจคนรักวัตถุมงคลทั้งหลาย จะเซียนไหน สมาคมใด เงินทองไม่เข้าใครออกใคร ระวังตัวเองไว้ให้จงดี วงการพระจะเจอทั้งพระเก๊ คนเก๊

