ขอนแก่น-เกิดอีก! ประทัดระเบิดใส่มือเด็กชาย 13 ปี ในช่วงใกล้เทศกาลวันออกพรรษา เผยเด็กแอบไปซื้อประทัดมาดัดแปลง นำมาจุดจนเกิดระเบิดใส่มือได้รับบาดเจ็บสาหัน นิ้วชี้และนิ้วกลางขาด แพทย์ระบุทุกปีมีเด็กได้รับอันตรายจากประทัดจำนวน 8-10 ราย ส่วนใหญ่พิการนิ้วมือไม่สามารถต่อได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุสลด ประทัดเกิดระเบิดใส่มือเด็ก จากช่วงเทศกาลวันออกพรรษาที่เด็กมักแอบผู้ปกครองไปซื้อประทัดมาเล่น โดยเหตุล่าสุดเกิดขึ้นกับเด็กชายธีรวัฒน์ อายุ 13 ปี ชาวอำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น หลังถูกประทัดยักษ์ระเบิดใส่ ขณะที่กำลังเล่นกับเพื่อน ที่บ้านหนองบังเย็น ต.นาข่า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่กู้ชีพ ต.นาข่า ต้องนำเด็กส่งโรงพยาบาลมัญจาคีรี ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสิรินธร รักษาอาการ แรงระเบิดอย่างแรง จนนิ้วชี้และนิ้วกลางขาด ส่วนบริเวณมือถูกแรงอัดเป็นแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ ซึ่งเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ต.ค.69 ที่ผ่านมา
นายแพทย์ธนิต ฟูเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลขอนแก่น กล่าวว่ากรณีมีเด็กและเยาวชนเล่นประทัด และเกิดอุบัติเหตุระเบิดใส่มือหรือโดนอวัยวะสำคัญ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ผู้ที่พบเห็นอย่าเพิ่งตกใจ ตั้งสติ พยายามออกจากพื้นที่อันตราย หลังจากนั้นถ้ามีอวัยวะที่บาดเจ็บเช่นมือ ต้องมีการห้ามเลือดปฐมพยาบาลเบื้องต้น ใช้วิธีกดห้ามเลือดอาจจะใช้ผ้าสะอาด กดบริเวณแผลเพื่อห้ามเลือด ที่สำคัญห้ามพันผ้าแน่นเกินไปหรือใช้วิธีขันชะเนาะ ไม่ควรใช้วิธีกดห้ามเลือดไว้ และรีบพาเด็กส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด หรือโทรแจ้ง1669
ส่วนอวัยวะที่ขาด แม้ว่าบางครั้งจะนำมาต่อกลับได้ไม่เหมือนเดิม เพราะอาจจะบาดเจ็บจากการระเบิด อย่างรุนแรงของประทัด อาจจะต้องเก็บอวัยวะส่วนนั้น นำมาแช่น้ำแข็ง และนำส่งโรงพยาบาลกับตัวเด็ก เผื่อว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่อาจจะช่วยต่อได้ แต่ละปีจะเจอเด็กที่ประทัดระเบิดใส่ประมาณปีละ 8-10 คน ซึ่งสถิติลดลงจากเมื่อก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ก่อนจะมีการประชาสัมพันธ์เชิงรุก มีเด็กโดนประทัดระเบิดใส่ประมาณปีละ 20 คน ส่วนใหญ่ จะเป็นเด็กอายุน้อย โดยเด็กอายุน้อยที่สุดที่เคยเจอประมาณ 2 ขวบ ถ้าเป็นเด็กอายุน้อยถูกประทัดระเบิดใส่จนมือขาด ส่วนใหญ่จะต่อไม่ได้ แม้ว่าจะมีศัลยแพทย์ทางมือช่วย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการขาดแบบต่อไม่ได้
นายแพทย์ธนิต กล่าวต่ออีกว่า ประมาณ 3-5 ปีให้หลัง โรงพยาบาลขอนแก่นมีการประชาสัมพันธ์ ถึงอันตรายร้ายแรงของการเล่นประทัด ทำให้จำนวนผู้ที่ประสบเหตุลดลงประมาณ 50% ถือว่าได้ผลมาก ประชาชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ช่วงนี้ถือว่า เป็นช่วงที่น่าห่วงสำหรับผู้ปกครองเด็กในช่วงก่อนเทศกาลออกพรรษา ประมาณ1-2 สัปดาห์ ไม่ควรให้เด็กเล่นประทัดโดยลำพัง ควรมีผู้ใหญ่ดูแลควบคุมอย่างใกล้ชิด หรือไม่เล่นเลยจะดีกว่า
สำหรับร้านค้าก็ไม่ควรจะขายประทัดให้เด็ก น่าจะมีการละเล่นเพื่อความบันเทิง ด้านอื่นที่ดีกว่าการเล่นประทัด แล้วมาสูญเสียอวัยวะที่สำคัญ อาจจะไม่คุ้มกับสิ่งที่ได้รับมาและอนาคตของเด็กที่ต้องเสียไป ฝากพ่อแม่ผู้ปกครองและตัวเด็กเองให้คำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองเป็นหลัก

