xs
xsm
sm
md
lg

ร้องสอบจริยธรรม สส.ไอติม ปมแฉข้อมูลฮั้ว ส.ว. 'เท้ง' รับไม่ได้ซักฟอก 3 วัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



การเมืองระอุ ยื่นสอบจริยธรรม สส.ไอติม ปมแฉข้อมูลฮั้วเลือก สว. ขณะที่ผู้นำฝ่ายค้านไม่พอใจ รัฐบาลจ้องลดเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ

การเมืองไทยยิ่งเข้าใกล้วันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ปรากฎว่ามีความเคลื่อนไหวให้จับตา คือ การยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบจริยธรรมนายพริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จากกรณีเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคดีเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

โดยในเรื่องนี้รายงานข่าวระบุว่า คณะบุคคลได้ร่วมกันทำคำร้องถึงประธานคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยนายพริษฐ์ ว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ.2563 หรือไม่ โดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากการเผยแพร่ข้อความและคลิปวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

คำร้องดังกล่าว บรรยายว่า ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน ถึงหลังวันที่ 14 กันยายน 2569 นายพริษฐ์ได้เผยแพร่ข้อความเกี่ยวกับคดีการเลือก ส.ว. ผ่านเพจเฟซบุ๊กและยูทูบของตนเอง โดยผู้ร้องชี้ว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำที่ต้องขอให้คณะกรรมการวินิจฉัยใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

1.การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลการติดต่อสื่อสารของบุคคลที่สามต่อสาธารณะ ประกอบด้วย รายการโอนเงิน บทสนทนาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ข้อมูลการจองและชำระเงินค่าโรงแรม ประวัติการโทร และข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งผู้ร้องระบุว่าฝ่าฝืนข้อบังคับ ข้อ 7 และข้อ 12 ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 32 วรรคสอง และมาตรา 36 วรรคสอง

2.การเผยแพร่ข้อมูลที่ได้มาจากการสืบสวนไต่สวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขณะที่เรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณา เช่น คำให้การหรือคำชี้แจงของบุคคลต่อหน่วยงาน ประวัติการโทร และความเห็นภายในของสำนักงาน กกต. ซึ่งถูกอ้างว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับ ข้อ 9 ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 41 วรรคสาม และมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 12 และข้อ 16

3.การใช้ถ้อยคำกล่าวหาเจตนาไม่สุจริตของบุคคลที่ระบุตัวได้ และการแสดงความคิดเห็นกดดันองค์กรอิสระในเรื่องที่ กกต.กำลังพิจารณา โดยผู้ร้องยกประเด็นนี้ขึ้นมาประกอบการพิจารณาพฤติกรรมและเจตนาตามข้อบังคับฯ ข้อ 10 ข้อ 12 ข้อ 13 และมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 16 และข้อ 17

ทั้งนี้ ผู้ร้องได้ขอให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัย หากพบว่ามีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนอันเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ขอให้เสนอความเห็นต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา แต่หากเห็นว่าการกระทำไม่ถึงขั้นร้ายแรง ขอให้คณะกรรมการใช้อำนาจลงโทษด้วยการตักเตือน ตำหนิ ให้ขอโทษต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือประณามให้เป็นที่ประจักษ์ตามที่เห็นสมควร

อย่างไรก็ตาม เอกสารคำร้องดังกล่าวมีช่องว่างสำหรับลงชื่อผู้ร้องจำนวน 6 คน แต่ยังไม่ปรากฏว่ามีการลงเลขรับตามระบบสารบรรณของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

สำหรับข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ.2563 ข้อ 23 ได้กำหนดให้ “คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร” ประกอบด้วยกรรมการจำนวนทั้งสิ้น 15 คน ได้แก่
1.ประธานสภาผู้แทนราษฎร (เป็นประธานคณะกรรมการ) 2.ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 3.ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 2 คน (มาจากการเลือกของกรรมการ) 4.ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร
5.ประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล (ประธานวิปรัฐบาล)

6.ประธานกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (ประธานวิปฝ่ายค้าน) หรือสมาชิกในคณะกรรมการประสานงานฯ ที่ได้รับมอบหมายจากประธานวิปฝ่ายค้าน 7.สมาชิกจากพรรคการเมืองที่มีสมาชิกดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 4 คน (โดยอย่างน้อยต้องเป็นหญิงจำนวน 1 คน) 8.สมาชิกจากพรรคการเมืองที่มิได้มีสมาชิกดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 4 คน (โดยอย่างน้อยต้องเป็นหญิงจำนวน 1 คน)

ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยหากมีการกำหนดให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจเหลือเพียง 3 วัน เนื่องจากเป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลพยายามจะเล่นกล เล่นเกมการเมือง และการที่รัฐบาลออกมาให้ข่าวเช่นนั้น ก็ยังไม่เคยมีการพูดคุยกับตัวแทนของฝ่ายค้านเลย และประธานรัฐสภาก็ยังไม่ได้มีการเลือกประชุมร่วมกันของคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร (วิป) ทั้ง 2 ฝ่ายแต่อย่างใดว่าตกลงแล้วจะอภิปรายวันไหนและให้กี่วัน ฉะนั้น สิ่งที่อยากส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลคือต้องหยุดคิดเอง เออเอง เลิกคิดแทนฝ่ายค้าน เพราะเป็นให้ข่าวมาโดยที่ไม่มีการพูดคุยกับพวกเราทั้งสิ้น

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ขอยกตัวอย่างเช่น ในปี 2563-2565 ที่เราอยู่ในรัฐบาลระบอบประยุทธ์ โดยในปี 2563 มีการอภิปรายรัฐมนตรี 6 คน ในการอภิปรายทั้งหมด 4 วันเต็ม และลงมติในวันที่ 5 หรือในปี 2564 อภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีรวมกัน 10 คน ก็อภิปราย 4 วันและลงมติในวันที่ 5 หรือช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2564 ที่มีการอภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรี รวมกัน 6 คน และเดือนกรกฎาคม 2565 อภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรี รวมกัน 11 คน ก็อภิปราย 4 วันและลงมติในวันที่ 5 เช่นกัน ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่อยากให้ทุกคนช่วยกันส่งข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาล และคนที่ควรดำเนินหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาคือประธานรัฐสภา สำหรับการตรวจญัตตินั้นตนได้เซ็นรับรองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงอยากให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมวิป