xs
xsm
sm
md
lg

แบงก์ชาติเปิดรับฟังความเห็น คุมเข้ม Buy Now Pay Later อายุขั้นต่ำ 20 ปี-วงเงินไม่เกิน 2 หมื่น-ผ่อนสูงสุด 6 เดือน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ภาพ : ธนาคารแห่งประเทศไทย
วันนี้ (20 ต.ค. 2569) รายงานข่าวแจ้งว่า กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อแนวทางการกำกับดูแลธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลซื้อก่อน จ่ายทีหลัง (Buy Now, Pay Later หรือ BNPL) เพื่อประกอบการกำหนดหลักการและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 2569 ถึงวันที่ 15 พ.ย. 2569 ผ่านเว็บไซต์ของ ธปท. หรือเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย
.
สำหรับหลักเกณฑ์เบื้องต้น ของแนวทางการกำกับดูแลธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลซื้อก่อน จ่ายทีหลัง ประกอบด้วย ผู้ประกอบธุรกิจ BNPL ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับสําหรับธุรกิจประเภท BNPL เท่านั้น ไม่สามารถนําใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทอื่นมาให้บริการในลักษณะ BNPL ได้ โดยผู้ประกอบธุรกิจ BNPL ต้องเป็นสมาชิกและนําส่งข้อมูลเครดิตแก่บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) หรือ เครดิตบูโร
.
ส่วนคุณสมบัติของผู้ใช้บริการ ต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และผู้ประกอบธุรกิจพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถเพียงพอสําหรับการชําระหนี้ โดยอาจใช้ข้อมูลทางเลือกแทนการใช้หลักฐานรายได้เหมือนสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล (Digital Personal Loan หรือ Digital P-loan) กำหนดวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย กรณีที่ในกลุ่มธุรกิจมีผู้ประกอบธุรกิจ BNPL มากกว่า 1 ราย ให้นับรวมกลุ่มธุรกิจเดียวกันไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ระยะเวลาผ่อนชำระแต่ละรายการไม่เกิน 6 เดือน และกำหนดเพดานดอกเบี้ยรวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องไม่เกิน 15% ต่อปี คำนวณแบบอัตราที่แท้จริง (Effective Rate) โดยรวมค่าธรรมเนียมและส่วนเพิ่มของราคาสินค้าที่เกิดจากการเลือกผ่อนชำระตามเงื่อนไข
.
นอกจากนี้ ผู้ประกอบธุรกิจต้องไม่ให้สินเชื่อ BNPL เพื่อใช้ซื้อสินค้าหรือบริการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อศีลธรรมอันดี (เช่น การพนันออนไลน์ สื่อลามกอนาจาร สิ่งผิดกฎหมายและสารอันตราย สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ แชร์ลูกโซ่และการหลอกลวง) หรือเป็นสินค้าที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้โดยง่าย (เช่น รูดซื้อทองคำแท่งแล้วขายคืน) รวมทั้ง ไม่สามารถให้เบิกถอน โอน หรือเปลี่ยนวงเงินเป็นเงินสด เงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money หรือ e-Wallet) หรือบัญชีอื่นใด ที่สามารถนําไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่การซื้อสินค้าและบริการ และต้องจัดให้มีแนวทางหรือกลไกที่เหมาะสมในการป้องกันมิให้มีการชําระคืนสินเชื่อส่วนบุคคล BNPL ด้วยบัตรเครดิตหรือสินเชื่อประเภทอื่น ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม เป็นต้น
.
สำหรับสินเชื่อ BNPL เป็นบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ที่มีการเติบโตและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะเพื่อการซื้อสินค้าและบริการผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล รวมทั้งมักเป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อแรกของผู้บริโภคที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่ระบบสินเชื่อ (new to credit) แต่ด้วยลักษณะการให้บริการ BNPL ที่สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก ได้รับการอนุมัติอย่างรวดเร็ว และผสานอยู่ในกระบวนการซื้อสินค้าและบริการ อาจส่งเสริมให้ผู้บริโภคเกิดการใช้สินเชื่อและการก่อหนี้โดยขาดความระมัดระวัง และส่งผลต่อพฤติกรรมทางการเงินของผู้บริโภคในระยะยาว
.
นอกจากนี้ ปัจจุบันผู้ให้บริการ BNPL ที่ให้บริการผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลบางส่วนยังมิได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ส่งผลให้มาตรฐานการให้บริการและการคุ้มครองผู้บริโภคอาจแตกต่างกัน อีกทั้งข้อมูลการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวยังไม่ได้รับการรายงานต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้การติดตามภาพรวมและพัฒนาการของสินเชื่อ BNPL รวมถึงหนี้ครัวเรือนยังไม่ครอบคลุม
.
ด้วยเหตุนี้ กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเห็นควรกำหนดให้การประกอบธุรกิจสินเชื่อ BNPL ที่ให้บริการผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีนัยสำคัญต่อประชาชนในวงกว้างอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและกำหนดหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจที่เหมาะสมกับลักษณะและความเสี่ยงของธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการให้บริการอย่างรับผิดชอบ ดูแลให้ผู้บริโภคได้รับบริการที่เป็นธรรมและการคุ้มครองอย่างเหมาะสม รวมทั้งสนับสนุนการติดตามดูแลภาวะหนี้ครัวเรือนและความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินได้อย่างครอบคลุม
.
และเนื่องจากการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลซื้อก่อน จ่ายทีหลังมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้บริการสินเชื่อดังกล่าว และส่งผลต่อการก่อหนี้ครัวเรือนอันกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม จึงมีความจำเป็นต้องเร่งดำเนินการกำหนดให้ธุรกิจดังกล่าวต้องเป็นธุรกิจที่ต้องขออนุญาตจากรัฐมนตรี และต้องกำหนดกรอบการกำกับดูแลและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและดูแลระบบเศรษฐกิจ โดยที่ผ่านมาได้มีการหารือและรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจ ผู้บริโภค และสภาองค์กรของผู้บริโภค เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากแนวทางการกำกับดูแลดังกล่าวแล้ว
......
Sondhi X