xs
xsm
sm
md
lg

รวบนายห้างผ้าดังปัตตานี แท้จริงเป็นชาวปากีฯ สวมสิทธิทำบัตรประชาชนไทยนานถึง 19 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ตม.ปัตตานีบุกจับนายห้างเจ้าของร้านผ้าชื่อดังกลางเมือง หลังพบข้อมูลเป็นชาวปากีสถาน สวมสิทธิทำบัตรประชาชนไทยตั้งแต่ปี 2550 จ่ายนายหน้า 1 แสนบาท ก่อนสร้างธุรกิจและครอบครัวในไทยนานกว่า 19 ปี คุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

วันนี้ (21 ต.ค.) พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล โฆษกกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 (บก.ตม.6) เปิดเผยว่า ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและ บก.ตม.6 ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ตม.จังหวัดปัตตานี บูรณาการกำลังร่วมกับชุดสืบสวนกองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ เข้าตรวจสอบและจับกุม นายอันวาร์ (นามสมมุติ) อายุ 54 ปี เจ้าของกิจการค้าผ้าชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองปัตตานี


จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องหาเป็นบุคคลสัญชาติปากีสถาน เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน ก่อนจะถูกกล่าวหาว่าสวมสิทธิ์ใช้ชื่อบุคคลอื่นในการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนไทย ณ อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อปี 2550 โดยอาศัยข้อมูลบุคคลที่ไม่มีความเคลื่อนไหวทางทะเบียน และจ่ายเงินให้นายหน้าเป็นค่าดำเนินการประมาณ 100,000 บาท

ภายหลังได้บัตรประชาชนไทย ผู้ต้องหาได้ประกอบธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกผ้าม้วนนำเข้าสำหรับตัดเย็บเสื้อผ้าแฟชั่นและเสื้อผ้ามุสลิม จนเป็นกิจการรายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ นอกจากนี้ ยังสมรสกับหญิงชาวปากีสถานและมีบุตรร่วมกัน 4 คน ซึ่งตามข้อมูลการสืบสวนพบว่าบุตรได้รับสัญชาติไทยด้วย


ต่อมา สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลเมืองปัตตานีตรวจสอบพบว่า บุคคลสัญชาติไทยซึ่งถูกนำชื่อมาใช้เสียชีวิตในประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 จึงดำเนินการจำหน่ายชื่อออกจากรายการทะเบียนราษฎร นำไปสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการได้มาซึ่งบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ต้องหา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบธุรกิจค้าผ้ากลางเมืองปัตตานี พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทำให้เจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสาร และการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อพนักงานในการขอมีบัตรประจำตัวประชาชน

จากนั้นควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป