วันนี้ (21 ต.ค. 2569) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ กทม. ว่า สำหรับการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ กทม. จะเร่งพิจารณาคำร้องที่มีข้อมูลและหลักฐานครบถ้วนก่อน ส่วนกรณีที่ต้องตรวจสอบสิทธิหรือขอเอกสารเพิ่มเติม จะดำเนินการตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม โดยได้ขยายระยะเวลาส่งเอกสารเพิ่มเติมและแก้ไขข้อมูลไปจนถึงวันที่ 30 พ.ย. 2569 เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมหลักฐานมากขึ้น พร้อมปรับการให้บริการของสำนักงานเขตให้เหมาะสมกับจำนวนผู้ยื่นคำร้อง โดยประชาชนสามารถทยอยติดต่อได้ตลอดวัน ไม่จำเป็นต้องเร่งเดินทางมาในช่วงเวลาเดียวกัน
.
จากข้อมูล ณ วันที่ 20 ต.ค. 2569 กทม. มีคำร้องผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐประมาณ 1.06 ล้านครัวเรือน สำนักงานเขตอนุมัติแล้ว 408,427 ครัวเรือน แบ่งเป็นผู้ได้รับเงินช่วยเหลือ 9,000 บาท จำนวน 215,160 ครัวเรือน และผู้ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท จำนวน 193,267 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงินรวม 2,902,775,000 บาท โดยข้อมูลการโอนเงินล่าสุดที่แสดงในเอกสารสรุป ณ วันที่ 17 ต.ค. 2569 ระบุว่าโอนสำเร็จแล้ว 248,643 ครัวเรือน ย้ำว่าการอนุมัติเงินต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและหลักเกณฑ์ ไม่สามารถอนุมัติให้ทุกคำร้องโดยอัตโนมัติ หากพบข้อมูลผิดปกติ เช่น มีผู้ยื่นคำร้องจำนวนมากผิดสังเกตในอาคารหรือห้องเช่าแห่งเดียว จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงตรวจสอบสิทธิการอยู่อาศัยและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการสวมสิทธิและรักษาความเป็นธรรมแก่ผู้ประสบภัยที่เดือดร้อนจริง
.
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในภาพรวมดีขึ้น ปัจจุบันเหลือพื้นที่ประสบสาธารณภัย 2 เขต ได้แก่ เขตลาดกระบังและเขตหนองจอก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนริมคลองที่ยังมีน้ำท่วมขัง เนื่องจากต้องรับน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียงและระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง ภายหลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย กทม. เร่งฟื้นฟูพื้นที่และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะการจัดเก็บขยะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกสำนักงานเขต หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และทุกภาคส่วนที่ร่วมปฏิบัติงานจนสามารถจัดเก็บขยะออกจากพื้นที่ได้แล้วประมาณ 25,000 ตัน และการเร่งรัดจ่ายเงินเยียวยา
.
ด้าน น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า กระบวนการพิจารณาคำร้องผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐมีหลายขั้นตอน เนื่องจาก กทม. มีรูปแบบที่อยู่อาศัยหลากหลาย ทั้งบ้านเช่า อพาร์ตเมนต์ อาคารชุด และชุมชนที่มีบ้านหลายหลังหรือหลายห้องอาจใช้เลขที่อยู่เดียวกัน จึงจำเป็นต้องตรวจสอบสิทธิและข้อมูลให้ชัดเจนก่อนอนุมัติจ่ายเงิน โดยสถานะคำร้องแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ "สีเขียว" หมายถึง ข้อมูลผู้ร้องตรงตามหลักเกณฑ์และฐานข้อมูลเดิม เอกสารครบถ้วน ไม่มีข้อขัดแย้ง สามารถพิจารณาอนุมัติได้ โดยไม่ต้องขอเอกสารเพิ่มเติม แต่บางคำร้องอาจยังต้องส่งหลักฐานความเสียหายเพิ่มเติม
.
ส่วน "สีเหลือง" หมายถึง ต้องตรวจสอบข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติม เช่น สิทธิในการรับความช่วยเหลือ หลักฐานการอยู่อาศัย ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง หรือกรณีบ้านไม่มีเลขที่และข้อมูลไม่ตรงกัน อาจต้องขอเอกสารเพิ่มหรือลงพื้นที่ตรวจสอบเป็นรายกรณี และ "สีแดง" หมายถึง ไม่เข้าเงื่อนไขรับความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์หรือกฎหมาย เช่น กรณีบ้านพักข้าราชการ โดยผู้ยื่นคำร้องยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ ซึ่ง กทม. ขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง หากไม่แน่ใจเกี่ยวกับสิทธิหรือเอกสารที่ต้องใช้ สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนยื่นข้อมูล เพื่อป้องกันความผิดพลาดและลดภาระการตรวจสอบซ้ำ ทั้งนี้ การให้ข้อมูลอันเป็นเท็จอาจมีความผิดตามกฎหมาย
.
พร้อมกันนี้ กทม. เตรียมเร่งดำเนินการผ่านระบบ Claim Bangkok เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหายต่อบ้านเรือนและทรัพย์สิน แยกจากการรับเงินบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ผู้ที่เข้าเกณฑ์อาจยื่นขอความช่วยเหลือได้ทั้งสองส่วนตามหลักเกณฑ์ของแต่ละโครงการ สำหรับยอดลงทะเบียนผ่านระบบ Claim Bangkok ณ วันที่ 20 ต.ค. 2569 เวลา 16.00 น. มีผู้ลงทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 134,752 คำร้อง ครอบคลุมความช่วยเหลือหลายประเภท ได้แก่ ค่าดำรงชีพ ค่าซ่อมแซมบ้าน ค่าเครื่องมือและทุนประกอบอาชีพ ค่าที่พักชั่วคราว และค่ารักษาพยาบาล
.
สำหรับประเภทความช่วยเหลือที่มีผู้ลงทะเบียนสูงสุด ได้แก่ ค่าดำรงชีพ 96,041 คำร้อง รองลงมาคือค่าซ่อมแซมบ้าน 72,848 คำร้อง ค่าเครื่องมือและทุนประกอบอาชีพ 37,737 คำร้อง ค่าที่พักชั่วคราว 21,718 คำร้อง และค่ารักษาพยาบาล 1,679 คำร้อง ส่วน 5 เขตที่มีจำนวนผู้ลงทะเบียนสูงสุด ได้แก่ เขตลาดกระบัง 20,045 คำร้อง เขตบางกะปิ 14,251 คำร้อง เขตสายไหม 11,145 คำร้อง เขตคลองสามวา 8,291 คำร้อง และเขตมีนบุรี 7,269 คำร้อง
.
สำหรับระบบ Claim Bangkok เป็นช่องทางยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามประเภทความเสียหาย โดยประชาชนสามารถส่งข้อมูลและเอกสารหลักฐานผ่านระบบออนไลน์ เช่น ภาพถ่ายความเสียหาย หลักฐานการอยู่อาศัย หรือหลักฐานการประกอบอาชีพ เพื่อให้สำนักงานเขตตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ของแต่ละประเภท
.
นายชัชชาติ ยังกล่าวประเด็นการบริหารจัดการพื้นที่แก้มลิง กทม. ว่า อยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้มีคณะกรรมการศึกษาทบทวนอย่างรอบด้าน โดยเปิดรับความคิดเห็นจากหลายภาคส่วน เพื่อให้สามารถชี้แจงข้อสงสัยของประชาชนได้อย่างชัดเจน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างหารือร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เพื่อพิจารณาว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวควรจัดตั้งโดย กทม. หรือโดย สทนช. เพื่อให้การศึกษาทบทวนมีความเหมาะสมและเป็นกลาง โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้แทนจากหลากหลายภาคส่วนเข้ามาร่วมให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น
.
ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลประเด็นการบริหารจัดการพื้นที่แก้มลิงใน กทม. และปริมณฑล ซึ่งจะนำไปสู่การศึกษาและทบทวนข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถตอบข้อสงสัยและชี้แจงข้อกังวลของประชาชนได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ กทม.จะให้สำนักงานเขตทบทวนจุดเสี่ยงน้ำท่วม ทั้งในหมู่บ้าน ชุมชน และพื้นที่สาธารณะ รวมถึงระบบคลองและการระบายน้ำ เพื่อวางแผนป้องกันและลดผลกระทบในปีต่อไป พร้อมเปิดรับข้อเสนอแนะจากประชาชนและภาคเอกชนเกี่ยวกับแนวทางปรับปรุงพื้นที่ เช่น การทำแนวกั้นน้ำหรือการพัฒนาระบบป้องกันน้ำท่วมในหมู่บ้านและชุมชน
......
Sondhi X

