ศูนย์ข่าวศรีราชา - ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชลบุรีขยายผลตรวจสอบสถานะบุคคลเด็กหญิงวัย 2 ขวบ หลังผล DNA พบชายชาวจีนตามหมายแดง INTERPOL เป็นบิดาทางสายเลือด ขณะที่ชายไทยผู้มีชื่อเกี่ยวข้องกับการรับรองบิดาไม่พบความสัมพันธ์ทางชีวภาพ เร่งตรวจเอกสารแจ้งเกิดและการใช้สถานะบุตรสัญชาติไทยประกอบการขอพำนักในราชอาณาจักร
จากกรณีเจ้าหน้าที่ ตม.ชลบุรี ควบคุมตัวนายเจียนลู่ หลี่ (MR. JIANLU LI) อายุ 37 ปี สัญชาติจีน ซึ่งตามข้อมูลของเจ้าหน้าที่เป็นบุคคลตามหมายแดง INTERPOL ที่ออกเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2567 และปรับปรุงข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2568 คดีเกี่ยวกับการพนัน มูลค่าความเสียหายประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยเป็นบุคคลที่ทางการจีนต้องการตัว วันที่ 15 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา
ล่าสุด วันนี้( 21 ต.ค.) พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วย พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีต้องสงสัยใช้ข้อมูลความสัมพันธ์ทางครอบครัวดำเนินการเกี่ยวกับสถานะบุคคลและสัญชาติไทยของเด็กหญิงวัย 2 ขวบ
จากการตรวจสอบความสัมพันธ์ทางครอบครัวและตรวจสารพันธุกรรม (DNA) พบว่า นายเจียนลู่มีความสัมพันธ์ทางชีวภาพกับเด็กหญิงในฐานะบิดาและบุตร ขณะที่ผลตรวจของนายธนา สินธรมัย ชายสัญชาติไทยซึ่งมีชื่อเกี่ยวข้องกับการรับรองความเป็นบิดา ไม่พบความสัมพันธ์ทางชีวภาพกับเด็กหญิงรายเดียวกัน
ผลตรวจดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ขยายผลตรวจสอบเอกสารแจ้งเกิด การรับรองบุตร และขั้นตอนทางทะเบียนราษฎร เพื่อพิจารณาว่ามีการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จหรือใช้เอกสารไม่ตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่ โดยพบข้อมูลของนางหวัง โหย่วรุ่ย (MRS. YOURUI WANG) อายุ 33 ปี สัญชาติจีน ซึ่งเป็นมารดาของเด็กหญิงอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวด้วย
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบประวัติการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยและการใช้วีซ่าของบุคคลทั้งสอง โดยชายชาวจีนเดินทางเข้าประเทศครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2564 ส่วนหญิงชาวจีนเดินทางเข้าประเทศครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2559
ข้อมูลที่นำเสนอระบุว่า หญิงชาวจีนมีประวัติใช้วีซ่าประเภทอุปการะบุตรสัญชาติไทยในช่วงปี 2569 รวมถึงการเดินทางเข้าประเทศครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2569 ด้วยวีซ่าประเภท NON-O เพื่ออุปการะบุตรสัญชาติไทย ขณะที่ชายและหญิงชาวจีนทั้งสองมีประวัติเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรร่วมกัน 9 ครั้ง
ประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ คือมีการใช้ข้อมูลความเป็นบิดาหรือมารดาของเด็กหญิงเพื่อดำเนินการทางทะเบียน หรือใช้ประกอบการยื่นขออนุญาตพำนักในประเทศไทยโดยไม่ตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่ รวมถึงมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับการจัดทำเอกสารหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ผลตรวจ DNA ยืนยันได้เฉพาะความสัมพันธ์ทางชีวภาพ ไม่ได้ทำให้การแจ้งเกิด การรับรองบุตร หรือสถานะสัญชาติไทยของเด็กหญิงเป็นการกระทำผิดกฎหมายโดยอัตโนมัติ ยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง เอกสาร และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน
เบื้องต้น ตม.ชลบุรี ร่วมกับกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบเอกสารทางทะเบียน หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

