MGR Online - ตำรวจไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการบุกค้นเป้าหมายใน จ.พิษณุโลก จับกุมผู้ต้องหา 6 ราย พบลูกค้า 1,000 ราย ขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและยึดทรัพย์
กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เดินหน้าปราบปรามเครือข่ายเงินกู้ออนไลน์ผิดกฎหมาย หลังพบพฤติการณ์ชักชวนประชาชนกู้เงินผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และประกอบธุรกิจสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้เร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ร่วมขบวนการทั่วประเทศ
พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผู้บัญชาการ บช.สอท. จึงมอบหมายให้กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 (บก.สอท.4) สืบสวนขยายผลเครือข่ายดังกล่าว ก่อน เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 20 ต.ค.69 ตามข้อมูลที่ได้รับแจ้ง
พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 ,พ.ต.อ.ณัฐพล รัตนมงคลศักดิ์ ผกก.3 บก.สอท.4 พร้อมชุดสืบสวน กก.3 บก.สอท.4 เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายเงินกู้นอกระบบโหดพร้อมคณะผู้บังคับบัญชา มอบหมายให้ชุดสืบสวน กก.3 บก.สอท.4 ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งการเฝ้าติดตามพฤติกรรม การสืบสวนทางการเงิน การตรวจสอบข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต และการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง จนนำไปสู่การขออนุมัติหมายค้นศาลจังหวัดพิษณุโลก และเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย
ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 ราย ประกอบด้วยผู้ที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าทำหน้าที่เป็นหัวหน้าสายควบคุมการเก็บเงินในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ผู้ดูแลระบบในลักษณะแอดมิน และเจ้าของโต๊ะเงินกู้นอกระบบ โดยมีการแบ่งหน้าที่และประสานงานกันเป็นเครือข่าย เพื่อปกปิดอำพรางการกระทำผิดและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบลูกค้าราว 1,000 ราย เงินหมุนเวียนเดือนละ 10 ล้านบาท
จากการสืบสวนทางการเงิน เจ้าหน้าที่พบข้อมูลเบื้องต้นว่า เครือข่ายดังกล่าวมีลูกค้าประมาณ 1,000 ราย ครอบคลุมทั้งนักธุรกิจ พ่อค้าแม่ค้า นักศึกษา และข้าราชการ มีเงินหมุนเวียนในเครือข่ายประมาณเดือนละ 10 ล้านบาท อีกทั้งพบบัญชีธนาคารหลายบัญชีที่ใช้รับโอนและโอนเงินผลประโยชน์จากธุรกิจสินเชื่อออนไลน์
เจ้าหน้าที่ยังระบุว่า เครือข่ายมีผู้ร่วมขบวนการประมาณ 100 คน และใช้ระบบบริหารจัดการแบ่งผู้ดูแลตามภูมิภาคต่าง ๆ โดยอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องและเส้นทางการเงิน เพื่อระบุขอบเขตการกระทำผิดและดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตามพยานหลักฐาน
ในการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลาง ได้แก่ นามบัตรโฆษณาเงินกู้พร้อม QR Code จำนวนหนึ่ง โทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง เงินสด 52,320 บาท และอาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. ยี่ห้อ CZ รุ่น 2075 จำนวน 1กระบอก และปืนสั้น กึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อ MaUser ขนาด9 มม. พร้อมเครื่องกระสุน พร้อมเครื่องกระสุน 29 นัด
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาต และการให้กู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ การแจ้งข้อกล่าวหาและการดำเนินคดีจะเป็นไปตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของแต่ละราย
สำหรับคดีนี้ เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญกับการสืบสวนเชิงลึก โดยนำข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ พฤติการณ์ของผู้ต้องหา และเส้นทางการเงินมาประกอบการวิเคราะห์ เพื่อเชื่อมโยงบทบาทของผู้ร่วมขบวนการและติดตามทรัพย์สินที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด
บก.สอท.4 เตรียมขยายผลไปยังบุคคลและบัญชีที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม พร้อมตรวจสอบทรัพย์สินที่อาจได้มาจากการกระทำผิด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

