ศึกซักฟอกยังไม่ลงตัว ฝ่ายค้านยืนกรานขอ 5 วันซัก 18 รมต. แต่รัฐบาลให้แค่ 3 วัน อ้างนายกฯ ติดภารกิจต่างประเทศ ต้องนัดถกหาข้อยุติอีกรอบ ขณะที่พรรคกล้าธรรมยังไม่เผยท่าทีลงมติ
การกำหนดวันประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจยังหาจุดลงตัวไม่ได้ โดยฝ่ายค้านยืนยันต้องการเวลา 5 วันให้ครอบคลุมรัฐมนตรี 18 คน ขณะที่รัฐบาลพยายามจำกัดกรอบเวลาให้อยู่ระหว่างวันที่ 27-30 ตุลาคม เพื่อไม่ให่้กระทบต่อการปฏิบัติราชการในต่างประเทศของนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้การเจรจาระหว่าง 3 ฝ่ายต้องเดินหน้าหาข้อยุติอีกครั้งในวันที่ 22 ตุลาคม ขณะเดียวกัน พรรคกล้าธรรมยังไม่แสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะลงมติไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ ท่ามกลางกระแสข่าวจับมือทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อหารือกำหนดวันประชุมและจัดสรรเวลาสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลว่า การหารือครั้งนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป โดย น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ได้นัดหารือเรื่องดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 22 ต.ค.
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านตั้งต้นความต้องการเวลาอภิปรายไว้ที่ 5 วัน แต่รัฐบาลเห็นว่าไม่สามารถจัดสรรเวลาได้ตามกรอบดังกล่าว ทำให้ต้องกลับมาเจรจาหารือกันใหม่ โดยย้ำว่าฝ่ายค้านเตรียมข้อมูลสำหรับการอภิปรายไว้ภายใต้กรอบเวลา 5 วันมาโดยตลอด หากต้องลดเวลาลง จำเป็นต้องพิจารณาปรับแผนการอภิปรายให้เหมาะสม
นายรังสิมันต์ระบุว่า ในอดีตสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา การอภิปรายรัฐมนตรีประมาณ 10-11 คน ใช้เวลาราว 42-45 ชั่วโมง แต่ครั้งนี้มีรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายถึง 18 คน พร้อมข้อกล่าวหาหลายประเด็น ดังนั้น การบีบเวลาเป็นไปได้ยากมากสำหรับพวกเรา เพราะจำเป็นต้องไปพูดคุยเพื่อให้ครอบคลุมทุกประเด็น ครอบคลุมรัฐมนตรีทั้ง 18 คน
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า รัฐบาลมีความประสงค์ที่จะให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่ในกรอบระหว่างวันที่ 27 - 30 ตุลาคม เพราะหลังจากนั้นตนต้องไปปฏิบัติราชการต่างประเทศ รวมถึงยังมีพระราชพิธีต่างๆ ที่จะต้องมีการซักซ้อม เพราะฉะนั้น มีการพิจารณาแล้วว่าช่วงวันที่ 27-30 ตุลาคม รัฐมนตรีทุกคนจะได้มาฟังการอภิปราย และช่วยกันชี้แจงได้ ซึ่งกรอบระยะเวลานี้ทางรัฐบาลจะแจ้งให้รัฐสภารับทราบ และเชื่อว่าทุกคนมีเหตุผล ซึ่งสามารถยืดหยุ่นได้
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลยินดีหากจะมีการเพิ่มสัดส่วนเวลาให้ฝ่ายค้าน โดยมองว่าการชี้แจงของรัฐมนตรีควรเน้นเนื้อหาและตอบคำถามให้ตรงประเด็น พร้อมแสดงหลักฐานประกอบ ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานาน หากไม่สามารถเลื่อนวันอภิปรายได้ ก็อาจปรับสัดส่วนเวลาให้เหมาะสม โดยให้ทั้งสองฝ่ายหารือกันเพื่อหาทางออกที่ยอมรับได้
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของพรรคกล้าธรรม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา ในฐานะโฆษกพรรค กล่าวถึงท่าทีต่อการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า พรรคจะใช้สิทธิ์ตามความเหมาะสม แต่ต้องหารือกันภายในพรรคก่อนตัดสินใจลงมติในประเด็นสำคัญ โดยระบุว่ายังไม่ได้พูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ถึงท่าทีในเรื่องนี้
ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคกล้าธรรมอาจควบรวมหรือจับมือทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทยหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายอรรถกร ปฏิเสธที่จะระบุถึงประเด็นนี้ แต่ยืนยันว่าต้องหารือกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง และไม่สามารถตอบแทนกรรมการบริหารพรรคได้

