ผบช.สตม. นำทีมทลายรังสแกมเมอร์–พนันออนไลน์จีน เครือข่าย "หงก้วน" บุกบ้านหรู 40 ล้าน ย่านสายไหม รวบ 14 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้าน พบเหยื่อชาวจีนถูกหลอกทำงานตุ๋นเพื่อร่วมชาติอ้างให้เงินเดือน 8 หมื่น หนีตายให้ตำรวจช่วย
วันนี้ (22 ต.ค.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) นำกำลังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเข้าตรวจค้นบ้านหรู 3 จุด ในพื้นที่ย่านสายไหม กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท หลังสืบสวนพบเบาะแสเชื่อมโยงเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์และพนันออนไลน์รายใหญ่ของจีน
ปฏิบัติการครั้งนี้มี พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.สส.สตม. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 14 ราย แบ่งเป็นชาวจีน 10 ราย ชาวไทย 3 ราย และชาวเมียนมา 1 ราย พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์ที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดกว่า 200 รายการ และเงินสดจำนวนหนึ่ง โดยคาดว่าความเสียหายจากเครือข่ายดังกล่าวมีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท
พล.ต.ท.นพศิลป์ เปิดเผยว่า คดีนี้เริ่มต้นจากการที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้รับเบาะแสสำคัญจากนายหลิว อายุ 25 ปี สัญชาติจีน ซึ่งหลบหนีออกจากบ้านพักลับในย่านสายไหม ก่อนเข้าขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ พร้อมนำภาพถ่ายและข้อมูลการสนทนาผ่านแชตมาเป็นหลักฐาน
นายหลิวให้ข้อมูลว่า ถูกชักชวนจากประเทศจีนด้วยข้อเสนอเงินเดือนสูงถึง 80,000 บาท แต่เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยกลับพบว่าต้องทำงานเกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์ โดยใช้กลอุบายชักชวนเหยื่อชาวจีนด้วยกันให้ร่วมทำภารกิจรีวิวสินค้าและเพิ่มยอดเข้าชม ก่อนหลอกให้โอนเงินเพิ่มขึ้นเป็นลำดับแล้วเชิดเงินหนี
นอกจากนี้ ภายในบ้านพักยังมีชาวจีนรายอื่นถูกจัดให้ทำงานเป็นกะ กะละ 12 ชั่วโมง โดยมีผู้จัดการควบคุมอย่างเข้มงวด และยังต้องรับผิดชอบดูแลระบบหลังบ้านของเว็บไซต์พนันออนไลน์อีกด้วย
กระทั่งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา นายหลิวได้ยินกลุ่มผู้ควบคุมพูดคุยถึงแผนเตรียมย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศกัมพูชา เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ไทยกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง จึงเกิดความหวาดกลัวและวางแผนหลบหนีออกมาเพื่อขอความช่วยเหลือจากตำรวจ
จากการตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ตรวจยึดได้ในเบื้องต้น พบข้อมูลที่อาจเชื่อมโยงกับเว็บไซต์พนันออนไลน์รายใหญ่ของจีน ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “HGA” หรือเครือข่าย “หงก้วน” รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงทางโทรศัพท์ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลผู้ใช้งาน หมายเลขโทรศัพท์ บัญชีที่เกี่ยวข้อง และเส้นทางการเงิน เพื่อพิสูจน์ว่าอุปกรณ์แต่ละรายการถูกใช้ในกิจกรรมใด และผู้ต้องหาแต่ละรายมีบทบาทเกี่ยวข้องกับเครือข่ายมากน้อยเพียงใด
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติและประสานข้อมูลกับทางการจีน พบข้อมูลบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 2 ราย รายแรกคือ “นายฟู่” ชาวจีน ซึ่งมีข้อมูลหมายจับจากประเทศจีนในคดีเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดและสถานะหมายจับอย่างเป็นทางการ
ส่วนอีกรายคือ “นายหาน” ซึ่งมีหมายจับในประเทศไทยในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับสารคีตามีน โดยคดีอยู่ในชั้นศาลและได้รับการประกันตัวออกมาแล้ว อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลการเข้าเมืองยังพบว่า นายหานอาจอยู่ในประเทศไทยเกินกำหนดอนุญาตเป็นเวลานานกว่า 1,200 วัน
ทั้งนี้ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบพยานหลักฐาน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเส้นทางการเงิน เพื่อคลี่คลายความเชื่อมโยงของเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์และพนันออนไลน์ รวมถึงตรวจสอบบทบาทของผู้ต้องหาแต่ละรายและบุคคลที่อาจอยู่เบื้องหลังขบวนการต่อไป

