กำแพงเพชร - เหมือนเปิดประตูปล้นกันถึงก้นครัวชัดๆ..กลุ่มเกษตรกรและชาวบ้านผู้ปลูกผักสวนครัว หวาดวิตกกันทั่ว หลังข่าวแพร่สะพัดบริษัทเอกชนรายใหญ่จดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืช “กะเพราสายพันธุ์ใหม่” 4 สายพันธุ์ จนสงสัยถึงสิทธิการปลูก-ขยาย/เก็บเมล็ดพันธุ์
จากการลงพื้นที่สำรวจเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ตำบลเทพนคร อ.เมืองกำแพงเพชร ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกผักสวนครัวและกะเพรา บริเวณหน้าบ้านเพื่อบริโภคและจำหน่ายสร้างรายได้เสริม ซึ่งขณะนี้ราคากะเพราในท้องตลาดปรับตัวสูงขึ้นจากเดิมกิโลกรัมละ 30 บาท เป็นกิโลกรัมละ 50 บาท เนื่องจากพื้นที่แปลงปลูกในหลายจังหวัดประสบปัญหาน้ำท่วม ส่งผลให้ผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง
อย่างไรก็ตาม นางสุมาลี โพธิ์อ่อง อายุ 63 ปี หนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกกะเพรา เปิดเผยด้วยความกังวลว่า ตนปลูกและเก็บกะเพราขายเลี้ยงชีพมานานหลายสิบปี แต่เมื่อทราบข่าวเรื่องการจดทะเบียนคุ้มครองสายพันธุ์กะเพราก็รู้สึกไม่สบายใจ เนื่องจากชาวบ้านทั่วไปไม่สามารถแยกแยะลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์ที่ถูกจดทะเบียนได้ หากเผลอนำมาปลูกเพื่อการค้าโดยไม่รู้เท่าทัน อาจเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องดำเนินคดี จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขให้ชัดเจนถูกต้อง
ด้าน นายสมศักดิ์ แข็งธัญการ อายุ 41 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 18 ตำบลเทพนคร กล่าวว่า กะเพราเป็นพืชพื้นบ้านที่ชาวบ้านปลูกและต่อยอดสายพันธุ์สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น หากไม่มีความเข้าใจนำสายพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครอง มาปลูกแล้วนำไปจำหน่ายจนนำไปสู่การฟ้องร้อง ก็จะสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักแน่
แม้จะมีข้อมูลระบุว่า สายพันธุ์กะเพราที่ได้รับการจดทะเบียนทั้ง 4 สายพันธุ์นั้น อนุญาตให้ประชาชนทั่วไปปลูกเพื่อการบริโภคภายในครัวเรือนได้ แต่ไม่อนุญาตให้นำไปปลูกเพื่อการค้าหรือขยายพันธุ์เพื่อจำหน่าย ซึ่งประเด็นดังกล่าวยังคงสร้างความกังวลใจให้แก่เกษตรกรในเรื่องสิทธิพื้นฐานในการทำมาหากินและการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ในระยะยาว
ทั้งภาครัฐและบริษัทเอกชนผู้ขอขึ้นทะเบียน จึงควรออกมาให้ข้อมูลและระบุลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของทั้ง 4 สายพันธุ์ อย่างเปิดเผยและชัดเจน

