xs
xsm
sm
md
lg

ผ่าปมร้อน "เหรียญบ่อน Shuffle" สะเทือนซางการเมืองไทย! เปิดความจริงจากปากหัวเรือใหญ่ TDO เบื้องหลังสูตรคำนวณ NC ก.ล.ต. กับช่องโหว่ท่อน้ำเลี้ยง USDT สู่คาสิโนออนไลน์ข้ามชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่จุดชนวนเผาไหม้ทั้งแวดวงการเมืองและอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยให้ร้อนระอุขึ้นมาในพริบตา สำหรับกรณีของ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ "สส.ไอเดียร์" สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ที่ถูกขุดคุ้ยและเปิดโปงความเชื่อมโยงของสามีชาวต่างชาติ นายไท่หยาง ซาง (Taiyang Zhang) ว่าเข้าไปถือหุ้นในบริษัท Mixed Order Limited ผู้ดำเนินธุรกิจแพลตฟอร์มคาสิโนออนไลน์และการพนันคริปโทเคอร์เรนซีระดับโลกอย่าง Shuffle.com รวมถึงประเด็นร้อนฉ่าเรื่องเหรียญ Shuffle (SHFL) ซึ่งเป็น Native Utility Token ประจำบ่อนดังกล่าว ที่จู่ๆ กลับโผล่หราอยู่ในบัญชีรายชื่อสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับคำนวณเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (Net Capital: NC) ของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

หมดเวลาของการอ้อมค้อมหรือพูดจาภาษาดอกไม้เพื่อรักษาหน้าใครอีกต่อไป เมื่อสังคมยุคใหม่ต้องการความจริงที่ตรงไปตรงมา การตรวจสอบที่ลงลึกถึงรากเหง้า และมาตรฐาน "จริยธรรมทางการเมือง" ที่ไม่อาจซุกซ่อนไว้ใต้พรมคำแถลงการณ์แบบขอไปที คำถามใหญ่ที่กระแทกใจประชาชนผู้เสียภาษีในเวลานี้ไม่ได้มีเพียงแค่ว่า หุ้นบ่อนออนไลน์ถูกขายออกไปเมื่อไร หรือแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ครบถ้วนหรือไม่ แต่มันคือคำถามถึง "ผลประโยชน์ทับซ้อน" ความโปร่งใสของนักการเมือง และช่องโหว่เชิงโครงสร้างของระบบการเงินดิจิทัลไทยที่ปล่อยให้เม็ดเงินสีเทาไหลทะลักออกนอกประเทศอย่างเสรี

ขุดรากถอนโคนปม "สส.ไอเดียร์ – ไท่หยาง ซาง" กับพิรุธหุ้นบุริมสิทธิบ่อน Shuffle.com

ก่อนจะไปไกลถึงเรื่องเทคนิคทางบล็อกเชน ต้องผ่าแผลกลางสภาผู้แทนราษฎรให้เห็นเนื้อในเสียก่อน ข้อมูลจากการเปิดโปงของ นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และ นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ชี้เป้าตรงกันไปที่ร่องรอยการถือหุ้นของ นายไท่หยาง ซาง สามีของ สส.สุชาดา ในบริษัท Mixed Order Limited ซึ่งเป็นเจ้าของเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ Shuffle.com

แม้ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ จะออกมาชี้แจงยอมรับว่าสามีเคยถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวจริงในสัดส่วน 1.47% (จากเดิมที่เคยเป็นข่าวว่าถือครอง 1%) และอ้างว่าได้ขายหุ้นทั้งหมดออกไปตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 ก่อนที่เธอจะเข้ามารับตำแหน่ง สส. ในเดือนมีนาคม 2569 จึงไม่ปรากฏรายการหุ้นดังกล่าวในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. รอบล่าสุด พร้อมทั้งระบุว่าเคยแจ้งการถือหุ้นนี้ต่อ ป.ป.ช. ไว้แล้วตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

แต่คำชี้แจงเพื่อ "แก้ปมหนึ่ง" กลับกลายเป็นการ "ผูกหลายปมเพิ่ม และ เปิดแผลเหวอะหวะที่ใหญ่กว่าเดิม" ในสายตาสังคมและนักกฎหมาย

ผลประโยชน์ทับซ้อนคาเก้าอี้กระทรวงดีอี การที่นางสาวสุชาดายอมรับว่ารับรู้เรื่องการถือหุ้นของสามีมาตั้งแต่สมัยนั่งเป็นเลขานุการ รมว.ดีอี ซึ่งเป็นกระทรวงหลักที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการปราบปราม และสั่งปิดกั้นเว็บไซต์พนันออนไลน์ ย่อมตั้งคำถามถึงจริยธรรมขั้นพื้นฐานอย่างรุนแรงว่า เหตุใดในขณะที่กระทรวงดีอีตั้งโต๊ะแถลงข่าวกวาดล้างเว็บพนันออนไลน์อื่นๆ อย่างครึกโครมเมื่อเดือนตุลาคม 2568 เว็บไซต์ Shuffle.com ซึ่งสามีของคนในกระทรวงถือหุ้นอยู่ จึงยังคงเปิดให้คนไทยเข้าไปเล่นพนันได้อย่างเสรีโดยไม่ถูกแตะต้อง?

พิรุธ "หุ้นบุริมสิทธิ" (Preference Shares) และเงินปันผลระดับ 600 ล้านบาท

ข้อมูลเชิงสืบสวนของ นายศิริโชค โสภา ชี้ให้เห็นว่า หุ้นที่นายไท่หยาง ซาง ถือครองนั้นไม่ใช่หุ้นสามัญทั่วไป แต่เป็น "หุ้นบุริมสิทธิ" ที่มีสิทธิพิเศษในการเข้าถึงข้อมูลทางการเงินเชิงลึกของบริษัทอย่างกว้างขวาง ซึ่งสะท้อนถึงระดับความสำคัญและสายสัมพันธ์กับกลุ่มผู้บริหารของบ่อน Shuffle.com ที่อาจมีอิทธิพลมากกว่าตัวเลขสัดส่วน 1.47% ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงที่เกิดกระแสข่าว ยังปรากฏข้อมูลการประกาศจ่ายเงินปันผลกว่า 600 ล้านบาท และการพุ่งทะยานของราคาเหรียญ SHFL กว่า 130%

ปริศนาหน้าจอ "บล็อกคนไทย" ใครสั่งปิดตัดตอน?

ทันทีที่เรื่องนี้แดงขึ้นมาในประเทศไทย เว็บไซต์ Shuffle.com กลับขึ้นหน้าจอประกาศ "จำกัดการเข้าถึงและไม่รับผู้เล่นจากประเทศไทย" ด้วยระบบของเว็บไซต์เอง ไม่ใช่หน้าจอคำสั่งปิดกั้นตามคำสั่งศาลของกระทรวงดีอี คำถามที่กระแทกแสกหน้าคือ ใครเป็นคนส่งสัญญาณเตือนภัยจากเมืองไทยไปยังผู้บริหารบ่อนในต่างประเทศ? และใครมีอำนาจสั่งการให้ระบบหลังบ้านของบ่อนรีบตัดตอนบล็อก IP คนไทยเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยในช่วงเวลาที่กำลังถูก กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ ปปง. จ่อคิวตรวจสอบ?

ผ่าพิมพ์เขียวเกณฑ์ NC ของ ก.ล.ต. สูตรคณิตศาสตร์อัตโนมัติ หรือมี "ใบสั่งการเมือง"?

ท่ามกลางไฟการเมืองที่กำลังลุกโชน ประเด็นที่ทำให้สังคมยิ่งแคลงใจและตั้งข้อสงสัยว่ามี "ขบวนการเอื้อประโยชน์" ในระดับนโยบายหรือไม่ คือการที่ชื่อของเหรียญ Shuffle (SHFL) รวมถึงเหรียญที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มพนันอย่าง RLB และ FUN ไปปรากฏอยู่ในประกาศบัญชีรายชื่อสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับคำนวณเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (Net Capital: NC) ของ สำนักงาน ก.ล.ต. แถมในการปรับรอบคำนวณล่าสุด อัตราการหักลดมูลค่าความเสี่ยง (Haircut) ของเหรียญ SHFL ยังปรับลดลงในจังหวะเวลาที่ชนกับข่าวฉาวของ สส.ไอเดียร์ พอดีเป๊ะ!

เพื่อคลายปริศนานี้แบบไม่อ้อมค้อม นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ในฐานะประธานสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDO) ได้พูดคุยเชิงลึกแบบเปิดอกกับ "manageronline" ชำแหละเบื้องหลังเบื้องลึก ออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน

นายนิรันดร์ ฉายภาพอธิบายโครงสร้างที่คนนอกวงการมักเข้าใจผิดว่า ในระบบนิเวศของการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย สำนักงาน ก.ล.ต. แบ่ง "รายชื่อเหรียญ (Token Lists)" ออกเป็น 2 บัญชีที่แยกขาดจากกันอย่างสิ้นเชิง

"ต้องแยกให้ชัดระหว่างการเอาเหรียญมาขายลูกค้า กับการลงทุนในพอร์ตของบริษัทผู้ประกอบการเอง ลิสต์ NC คือเกณฑ์ที่ ก.ล.ต. บอกว่าเขาไม่รู้หรอกว่าบริษัทผู้ประกอบการจะเอาเงินตัวเองไปลงทุนเหรียญอะไรบ้าง แต่ถ้าคุณถือเหรียญไหน เวลาเอามาคำนวณเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NC) คุณต้องถูกหักค่าความเสี่ยง (Haircut) ตามสูตรนะ เหรียญใหญ่ผันผวนน้อยก็โดน Haircut น้อย เช่น 20% แต่ถ้าเหรียญผันผวนสูง หรืออยู่นอกลิสต์ก็โดน Haircut หนักถึง 100% คือเอามานับเป็นเงินกองทุนไม่ได้เลย" นายนิรันดร์ เปิดเผยกลไกเบื้องหลัง

สำหรับประเด็นที่ว่า เหตุใดเหรียญ SHFL ถึงมีชื่อโผล่ขึ้นมาและมีอัตรา Haircut ลดลงในรอบล่าสุด นายนิรันดร์ ยืนยันจากข้อมูลการตรวจสอบร่วมกันระหว่าง สมาคม TDO และ สำนักงาน ก.ล.ต. ว่า

"ก.ล.ต. เขาไม่ได้มานั่งจิ้มเลือกทีละเหรียญด้วยมือ แต่เขาใช้อัลกอริทึมดึงข้อมูลจาก CoinMarketCap ในกลุ่ม Top 200 หรือ Top 500 แล้วรันสูตรคำนวณจาก Historical Performance ย้อนหลังทุกๆ 6 เดือน บังเอิญว่าในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เหรียญ Shuffle อาจจะมี Market Cap เพิ่มขึ้น และมีความผันผวนลดลงตามสถิติตลาดโลก สูตรอัตโนมัติมันก็เลยปรับลดอัตรา Haircut ลงมาตามรอบทบทวนปกติ แต่มันดันเป็น 'Bad Timing' ที่รอบการอัปเดตอัตโนมัติทุก 6 เดือนไปชนกับจังหวะข่าวการเมืองของ สส.ไอเดียร์ พอดีเป๊ะ วันเสาร์ที่เรื่องนี้เป็นข่าว ทาง ก.ล.ต. ก็โทรหาผมทันทีที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ ผมไล่เช็กกับสมาชิกผู้ประกอบการในสมาคม TDO ทุกเจ้า ยืนยันชัดเจน 100% ว่า ไม่มีแพลตฟอร์มไทยรายใดนำเหรียญ SHFL มาลิสต์ขายให้ลูกค้า และไม่มีบริษัทใดถือครองเหรียญนี้ในพอร์ตของตัวเองเลยแม้แต่เหรียญเดียว มันจึงเป็นความบังเอิญของรอบคำนวณทางสถิติ ไม่ได้มีใบสั่งหรือพยานเงื่อนงำทางการเมืองในฝั่งของเกณฑ์ NC แต่อย่างใด"

อย่างไรก็ตาม แม้การปรากฏชื่อเหรียญ SHFL ในตาราง NC จะเกิดจากสูตรคำนวณอัตโนมัติที่อ้างอิงจาก CoinMarketCap แต่นายนิรันดร์ยอมรับว่า เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้สมาคม TDO และ ก.ล.ต. เริ่มหารือกันอย่างจริงจังว่า ควรมีการสังคายนากระบวนการคัดกรองเหรียญ (รวมถึงการยกระดับเกณฑ์ Asset ID) เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เหรียญที่มีลักษณะสุ่มเสี่ยงหรือพัวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายเข้ามาสร้างความสับสนให้แก่สังคมอีกในอนาคต

แฉเส้นทางเงิน 118 ล้าน! ท่อน้ำเลี้ยง USDT จากกระดานเทรดไทยสู่บ่อน Shuffle.com กับช่องโหว่ที่ไร้คำสั่ง "บล็อกทันที"

แม้ปมเรื่องตาราง NC ของ ก.ล.ต. จะถูกคลี่คลายว่าเป็นเรื่องของสูตรคำนวณทางสถิติ แต่ "ของจริง" ที่เป็นแผลใหญ่เชิงโครงสร้างและกำลังถูก กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สะกดรอย คือข้อมูลหลักฐานที่ระบุว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีการทำธุรกรรมโอนเหรียญดิจิทัล (โดยเฉพาะเหรียญ Stablecoin ยอดนิยมอย่าง USDT) จากศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย (ซึ่งในข่าวปรากฏชื่อของ Bitkub) พุ่งตรงไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลของเว็บไซต์คาสิโน Shuffle.com สูงถึงเกือบ 10,000 ครั้ง คิดเป็นมูลค่าเงินหมุนเวียนราว 118 ล้านบาท!

คำถามที่สังคมกังขาอย่างหนักคือ ในเมื่อศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวด เหตุใดจึงปล่อยให้มีการโอนเหรียญคริปโทฯ ออกไปเล่นการพนันในบ่อนออนไลน์ต่างประเทศได้นับหมื่นครั้งโดยไม่มีการสกัดกั้นตั้งแต่ต้นทาง?

ในการพูดคุยเชิงลึก นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ได้ตั้งข้อสังเกตความจริงที่สะท้อน "ช่องโหว่ทางกฎหมายและระเบียบปฏิบัติ" ของไทยไว้อย่างน่าตกใจ เพราะผู้ประกอบการมีเครื่องมือตรวจจับ (On-chain Analytics) แต่กฎหมายกำหนดแค่ให้ "รายงาน" ไม่ได้สั่งให้ "บล็อก"

นายนิรันดร์ อธิบายว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการกระดานเทรดรายใหญ่จะมีเครื่องมือคัดกรองธุรกรรมบนบล็อกเชนแบบเรียลไทม์ (Blockchain Analytics Vendor เช่น Chainalysis หรือ Elliptic) ซึ่งจะติดป้ายกำกับ (Tag) กระเป๋าเงินปลายทางที่มีความเสี่ยงไว้ชัดเจน หากเป็นการโอนไปยังกลุ่มก่อการร้าย (Terrorist Financing) หรือกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ ระบบจะทำการ "ล็อกและระงับธุรกรรมทันที" ตามนโยบายภายใน (Internal Policy) และทำกระบวนการตรวจสอบเชิงลึก (Enhanced Due Diligence: EDD)

แต่สำหรับกรณีปลายทางที่เป็น "เว็บไซต์พนันออนไลน์หรือคาสิโนต่างประเทศ" ที่ผ่านมาทั้ง สำนักงาน ก.ล.ต. และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยังไม่เคยออกกฎเกณฑ์หรือคำสั่งบังคับให้ผู้ประกอบการต้อง "บล็อกหรือระงับการโอนทันที" เมื่อพบธุรกรรมไปเว็บพนัน แต่กำหนดให้เป็นเพียงหน้าที่ในการรวบรวมส่ง "รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย" (Suspicious Transaction Report: STR) ตามรอบและตามเกณฑ์วงเงินที่ ปปง. กำหนดเท่านั้น!

ความเหลื่อมล้ำของเครื่องมือตรวจจับในแต่ละกระดานเทรด

นายนิรันดร์ ชี้ให้เห็นว่า การที่กระดานเทรดแต่ละแห่งจะ "มองเห็น" หรือไม่เห็นว่ากระเป๋าปลายทางคือบ่อนคาสิโน ขึ้นอยู่กับคุณภาพและเกรดของเครื่องมือ (Vendor Tool) ที่แต่ละบริษัทเลือกใช้และลงทุน รวมถึงนิยามคำว่า "ธุรกรรมต้องสงสัย" ของทีมกฎหมายและ Compliance ในแต่ละบริษัทที่ยังไม่มีมาตรฐานเดียวกันทั้งอุตสาหกรรม

"ต้องพูดกันตรงๆ ว่าที่ผ่านมาไม่มีเกณฑ์จาก ก.ล.ต. หรือ ปปง. ที่เขียนบังคับว่า ห้ามโอนคริปโทฯ ไปแพลตฟอร์มพนันออนไลน์ หรือถ้าเจอแล้วต้องกดหยุด (Pause/Block) ทันที สิ่งที่ผู้ประกอบการทำตามกฎหมายฟอกเงินคือ เมื่อระบบตรวจเจอธุรกรรมที่เข้าข่ายน่าสงสัยเกินวงเงินที่กำหนด เราก็ทำรายงาน STR ส่งให้ ปปง. ตามรอบปกติ ซึ่งแปลว่าหน่วยงานรัฐเองก็รับรู้ข้อมูลจากรายงานเหล่านี้อยู่แล้ว แต่ในฝั่งผู้ประกอบการ ถ้าไม่มีกฎเกณฑ์กลางมาบังคับให้บล็อก บางเจ้าเขาก็แค่รายงานตามหน้าที่แล้วปล่อยธุรกรรมผ่านไป" นายนิรันดร์ ชี้จุดตายของระบบ

ยิ่งไปกว่านั้น ในโลกคริปโทฯ ยุคใหม่ ยังมีพื้นที่สีเทาที่ตีความทางกฎหมายได้ยากยิ่งขึ้น เช่น แพลตฟอร์มตลาดคาดการณ์ (Prediction Market) ระดับโลกอย่าง Polymarket หรือ Kalshi ที่คนทั่วโลกนำเงินไปวางเดิมพันผลลัพธ์ทางการเมืองหรือทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จนสำนักข่าวระดับโลกนำไปอ้างอิงเป็นดัชนีชี้วัดความเห็นสาธารณะแทนผลโพลสำรวจ แต่หากมองผ่านแว่นกฎหมายการพนันของไทยที่ล้าหลังและครอบคลุมจักรวาล (ขนาดจัดแคมเปญจับฉลากแจกไอโฟนยังทำไม่ได้หากไม่ขออนุญาต) แพลตฟอร์มเหล่านี้ก็อาจถูกตีความว่าเป็น "การพนัน" ได้ทันที ขณะที่กรณีของ Shuffle.com นั้น นายนิรันดร์ระบุชัดเจนว่า "ไม่ต้องเถียงเรื่องพื้นที่สีเทา เพราะหน้าเว็บไซต์ระบุตัวเองชัดเจนว่าเป็น Online Casino เต็มรูปแบบ"


เพื่ออุดรูรั่วเชิงโครงสร้างนี้ไม่ให้กลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่ นายนิรันดร์ เปิดเผยว่า ในฐานะประธานสมาคม TDO เขากำลังเร่งหารือกับสมาชิกผู้ประกอบการทั้ง 27 ราย และสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อจัดทำ "แนวทางปฏิบัติมาตรฐานร่วมกันของอุตสาหกรรม" (Industry Common Standard)

บังคับใช้เครื่องมือตรวจจับเกรดมาตรฐานเดียวกัน : กำหนดให้ผู้ประกอบการทุกรายต้องใช้ระบบตรวจจับเส้นทางบล็อกเชน (Analytics Vendor) ที่มีมาตรฐานทัดเทียมกัน เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างที่มิจฉาชีพหรือนักพนันหนีจากกระดานใหญ่ไปใช้กระดานเล็กที่ระบบตรวจสอบหละหลวม

ยกระดับจาก "แค่รายงาน STR" สู่การ "ล็อกและสกัดกั้น" วางแนวปฏิบัติร่วมกัน :หากระบบตรวจพบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลไปยังกระเป๋าของบ่อนคาสิโนออนไลน์ที่ชัดเจน จะต้องมีมาตรการระงับหรือจัดการอย่างไรให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งอุตสาหกรรม โดยไม่ต้องรอให้เกิดคดีอื้อฉาวทางการเมืองมาไล่บี้ทีหลัง

ตลกร้ายของ "บล็อกเชน" กับความหน้าไหว้หลังหลอกของการเมืองสีเทา

จุดที่คมคายและกระแทกความรู้สึกของสังคมมากที่สุดจากการสนทนากับนายนิรันดร์ คือการตั้งคำถามย้อนกลับไปยังโครงสร้างสังคมและการเมืองไทยว่า เหตุใดทุกครั้งที่มีคดีทุนสีเทาหรือเว็บพนัน "คริปโทเคอร์เรนซี" จึงกลายเป็นจำเลยสังคมตัวแรกที่ถูกชี้นิ้วด่า ทั้งที่ความจริงแล้วมันคือเครื่องมือที่ซื่อสัตย์ที่สุดในการมัดตัวคนผิด?

คำตอบคือ "เพราะบล็อกเชนมันไม่เคยโกหก และมันทิ้งร่องรอยไว้ตลอดกาล"

นายนิรันดร์ ชี้ให้เห็นความตลกร้าย (Irony) ของเรื่องนี้ว่า สาเหตุที่ นายศิริโชค โสภา หรือพนักงานสอบสวน DSI สามารถขุดคุ้ยจนรู้ว่ามีธุรกรรมโอนเงินจากกระดานเทรดไทยไปยังบ่อน Shuffle.com กว่า 10,000 ครั้ง มูลค่า 118 ล้านบาท ก็เป็นเพราะความโปร่งใส (Transparency) ของเทคโนโลยีบล็อกเชนที่เปิดเผยสมุดบัญชีสาธารณะให้ทุกคนตามสะกดรอยเส้นทางเงินได้แบบเห็น "จะจะคาตา"


"เวลาเราอยู่ในอุตสาหกรรมคริปโทฯ เราเหมือนโดนเพ่งเล็งตลอดเวลา ทั้งที่ความจริงแล้ว ที่คนจับได้ว่าเป็นบ่อน Shuffle.com ก็เพราะคริปโทฯ มัน Trace (แกะรอย) บนบล็อกเชนได้ง่ายมาก เปิดดูแป๊บเดียวก็เห็นแล้วว่าโอนไปบ่อนไหน แต่ลองดูในโลกความเป็นจริงสิครับ ทุกวันนี้หน้าเว็บไซต์ต่างๆ มีโฆษณาเว็บพนันออนไลน์เต็มไปหมด คนโอนเงินสดผ่านระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) เข้าบัญชีม้าเว็บพนันกันทุกวินาที มูลค่ามหาศาลกว่าคริปโทฯ ไม่รู้กี่เท่า แต่คนทั่วไปมองไม่เห็นเพราะระบบธนาคารมันปิด เมื่อปลายปีก่อนเราช่วยตำรวจไซเบอร์ (สอท. และ ปอท.) ล็อกเส้นทางบัญชีม้าคริปโทฯ จนพวกบัญชีม้าหนีออกจากกระดานเทรดไทยไปเข้าแก๊ง e-Wallet แทน แล้วพอ e-Wallet โดนไล่บี้หนักเข้า ล่าสุดตำรวจเล่าให้ผมฟังว่า พวกทุนเทามันใช้วิธีเอาเงินสีเทาไปกว้านซื้อ 'เบียร์เป็นลังๆ' ขนใส่รถบรรทุกข้ามชายแดนไปขายฝั่งกัมพูชาเพื่อฟอกเงิน! พอเปลี่ยนเป็นสินค้าแบบนั้น ตำรวจรู้ทั้งรู้ว่าเป็นเงินฟอกแต่ก็จับไม่ได้" นายนิรันดร์ เปิดปมลึกที่สะท้อนความจริงอันแสบสัน

เขายังอ้างอิงสถิติระดับโลกว่า ปริมาณการฟอกเงินผ่านคริปโทเคอร์เรนซีทั่วโลกนั้นคิดเป็นสัดส่วนเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับการฟอกเงินผ่านระบบเงินเฟียต (Fiat Currency) เงินสด หรือทองคำ แต่ด้วยความที่คริปโทฯ เป็นเทคโนโลยีที่โอนง่าย รวดเร็ว และตรวจสอบร่องรอยได้ชัดเจนบนหน้าตักสาธารณะ มันจึงถูกหยิบยกมาเป็นเป้าโจมตีได้ง่ายที่สุด ยิ่งเมื่อมีตัวละครทางการเมืองอย่าง "สส.ไอเดียร์ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์" และสามีเข้ามาพัวพัน เรื่องที่ควรจะเป็นการตรวจสอบความสุจริตของนักการเมืองและผู้ถืออำนาจรัฐ จึงถูกเบี่ยงประเด็นให้กลายเป็นความตื่นตระหนกต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล


"พูดกันตรงๆ ถ้าเรื่อง Shuffle.com ไม่มีชื่อของ สส.ไอเดียร์ และเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แทบจะไม่มีใครในสังคมสนใจตั้งคำถามเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ เพราะธุรกรรมระดับร้อยล้านบาทในเวลา 3 ปี เมื่อเทียบกับเว็บพนันออนไลน์ที่เปิดกันเกลื่อนเมืองไทย มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ เท่านั้น แต่พอเป็นการเมืองปุ๊บ มันจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่เขย่าทั้งกระดาน"

บทสรุปของสกู๊ปชิ้นนี้จึงชัดเจนยิ่งกว่ากระจกเงา ปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีบล็อกเชน และไม่ได้อยู่ที่สูตรคำนวณ NC ของ ก.ล.ต. แต่อยู่ที่ "จริยธรรมและความสะอาดของนักการเมืองไทย" ที่ก้าวเข้าสู่อำนาจรัฐพร้อมกับเงาทะมึนของธุรกิจคาสิโนออนไลน์ข้ามชาติ รวมทั้งความล้าหลังของกติการัฐที่ปล่อยให้มีช่องโหว่ในการสกัดกั้นท่อน้ำเลี้ยงเว็บพนัน

วันนี้ โจทย์ใหญ่ไม่ได้อยู่ในสนามของสมาคมคริปโทฯ อีกต่อไป แต่อยู่ในมือของ ป.ป.ช., ปปง., DSI และ คณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ของสภาผู้แทนราษฎร ว่าจะกล้าสาวไส้เส้นทางเงินปันผล 600 ล้านบาท พิสูจน์อำนาจสั่งการเบื้องหลังหุ้นบุริมสิทธิของ นายไท่หยาง ซาง และผ่าตัดจริยธรรมของ สส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ให้ปรากฏความจริงต่อหน้าประชาชน หรือจะปล่อยให้เรื่องนี้ค่อยๆ เงียบหายไปเหมือนสายลมการเมืองไทยทุกยุคที่ผ่านมา!