เชียงราย – “ดร.ดอยธิเบศร์” ทายาทศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับ “อ.ถวัลย์ ดัชนี” ประกาศแยกทาง-ตัดสัมพันธ์ มูลนิธิกู้ภัยฯเชียงราย หลังสนับสนุน-ร่วมงานมานาน 2 ทศวรรษ แต่พบพิรุธการเงินไม่โปร่งใส เรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนายทะเบียนมูลนิธิ กรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ปปง.พลิกบัญชีสอบย้อยหลัง 10 ปี
วันนี้ (22 ต.ค.) ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี บุตรชายของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติชื่อดังระดับโลกชาวเชียงรายซึ่งดูแลพิพิธภัณฑ์บ้านดำสถานที่ท่องเที่ยวทางศิลปะที่ ต.นางแล อ.เมืองเชียงราย ต่อจากอาจารย์ถวัลย์ รวมทั้งมีชื่อเสียงด้านการทำงานสาธารณกุศลได้ออกมาประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ได้ลาออกจากทุกตำแหน่งในมูลนิธิแห่งหนึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่สาธารณกุศลหรือกู้ภัยในพื้นที่ จ.เชียงราย มาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ยังขอยุติความสัมพันธ์และการให้การสนับสนุนทุกประการต่อมูลนิธิอย่างเด็ดขาด และยังเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการบริหารจัดการเงินบริจาคตามกฎหมายอีกด้วย
ดร.ดอยธิเบศร์ เล่าถึงเรื่องราวทั้งหมด 6 หน้ากระดาษ ชี้แจงต่อสาธารณชนว่าตนได้ลาออกจากตำแหน่งรองประธานและที่ปรึกษามูลนิธิฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 โดยให้มีผลตามบทบัญญัติของกฎหมาย การลาออกเกิดการพิจารณาอย่างรอบคอบหลังได้ให้โอกาสผู้ที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงเรื่องการบริหารจัดการเงินบริจาคและทรัพย์สินของมูลนิธิแต่ยังมีเรื่องสำคัญที่ไม่ได้รับการชี้แจงพร้อมหลักฐาน
ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่ได้รู้จักกับประธานมูลนิธิฯ ตนก็ให้การสนับสนุนกิจกรรมทั้งกายและใจ บริจาคเวชภัณฑ์ โลงศพ ติดตั้งตู้รับบริจาคที่พิพิธภัณฑ์บ้านดำ บริจาครถพยาบาล รถตู้ขนส่งผู้ป่วยโควิด-19 เครื่องมือตัดถ่าง อุปกรณ์ดำน้ำ เครื่องมือกู้ชีพกู้ภัย การฝึกอบรม ฯลฯ นอกจากนี้ยังบริจาคเงิน ให้กู้เงินเพื่อแก้ปัญหาหนี้ของมูลนิธิฯ จำนวน 350,000 บาท ประสานผู้มีจิตศรัทธาและด้านอื่นๆ โดยไม่ได้หวังผลประโยชน์ส่วนตัว
ดร.ดอยธิเบศร์ แจ้งอีกว่าหลังจากมูลนิธิฯ ดำเนินกิจการมาได้ประมาณ 35 ปีตนสังเกตเห็นว่าการพัฒนาศักยภาพยังมีข้อจำกัด ทั้งด้านบุคลากร ยานพาหนะ เครื่องมืออุปกรณ์ ฯลฯ จึงเกิดคำถาม เช่น การบริหารเงินบริจาค ความสามารถ ฯลฯ ดังนั้นจึงขอให้มีการตรวจสอบบัญชีและเอกสารทางการเงินย้อนหลัง 10 ปีตามกฎหมาย
อีกทั้งตนยังพบขอมูลและรายการทางการเงินที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรรมการผู้มีอำนาจบริหารจัดการเงินของมูลนิธิฯ หลายรายอาจมีการเบิกถอนเงินจำนวนมากไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนโดยไม่ได้ชี้แจงเหตุผล ซึ่งยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นกรณีรายบุคคลและไม่ได้หมายถึงมูลนิธิฯ หรือบุคคลอื่นๆ นอกจากนี้ยังสงสัยว่ามีการใช้ภาพผู้เสียชีวิตโดยเฉพาะผู้ประสบเหตุที่เป็นเด็กเพื่อรับบริจาคจึงขอให้มีการตรวจสอบด้วยเช่นกัน
ดร.ดอยธิเบศร์ แจ้งด้วยว่านับตั้งแต่ลาออกตนขอให้มูลนิธิฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องหยุดนำชื่อ ภาพถ่าย ลายมือชื่อ ตำแหน่ง หรือชื่อเสียงของตนและพิพิธภัณฑ์บ้านดำไปใช้ในลักษณะที่อาจทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดว่าตนยังดำรงตำแหน่งอยู่หรือเกี่ยวข้องกับการบริจาคและระดมทุนของมูลนิธิฯ หากมีจะดำเนินการตามกฎหมาย
ท้ายหนังสือ ดร.ดอยธิเบศร์ ยืนยันให้หน่วยงานที่มีอำนาจเข้าตรวจสอบตามกฎหมาย ทั้งนายทะเบียนมูลนิธิ กรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสรรพากร ฯลฯ
โดยขอให้ตรวจบัญชีรายรับและรายจ่าย งบประมาณการเงิน เอกสารประกอบย้อนหลัง 10 ปีตามที่กฎหมายอนุญาต หลักฐานการรับเงินผ่านบัญชีมูลนิธิและบัญชีส่วนบุคคลที่เชื่อมโยงกับการบริจาคเงิน การเบิกถอน การโอนเงิน การอนุมัติรายจ่าย และการใช้เงินของมูลนิธิฯ การจัดซื้อ ถือครอง ใช้ประโยชน์จากยานพาหนะ เครื่องมือ ทรัพย์สินที่ได้จากการบริจาค หลักฐานการรับบริจาค ภาษี การดำเนินงานที่มีข้อสงสัย ฯลฯ
ดร.ดอยธิเบศร์ ยกตัวอย่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น การยักยอกทรัพย์,ฉ้อโกง,ฉ้อโกงประชาชน ฯลฯ หากพบมีการกระทำผิดขอให้ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัดและพิจารณาติดตามเงินและทรัพย์สินกลับคืน
ดร.ดอยธิเบศร์ ระบุว่าไม่ได้มีเจตนากล่าวโทษหรือเหมารวมมูลนิธิฯ ทั้งองค์กร และเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครทุกคน แต่หากพบการกระทำความผิดก็เป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคล จึงไม่ได้เป็นการทำลายองค์กรหากแต่เพื่อรักษาหลักธรรมาภิบาล ปกป้องผู้ปฏิบัติงานโดยสุจริต และรักษาความเชื่อมั่นของประชาชน โดยตนยังคงเคารพและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครกู้ภัยทุกคน

