xs
xsm
sm
md
lg

ปกป้องปราสาท 'ตาควาย-คนา' ยืนยันเป็นของไทยชัดเจน ขยายผลสอบทุ่นระเบิด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วธ. ยืนกรานปกป้องปราสาทตาควาย-คนา ย้ำเป็นมรดกชาติของไทย เตรียมส่งหนังสือแจงกัมพูชา ขณะที่ชายแดนสุรินทร์ยังตึงเครียด พบทุ่นระเบิดดักยานพาหนะเพิ่มอีก 2 ทุ่น

สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชายังคงมีประเด็นที่ต้องติดตาม ทั้งข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสถานะโบราณสถานและโบราณวัตถุ ตลอดจนความปลอดภัยในพื้นที่หลังเหตุการณ์สู้รบ โดยกระทรวงวัฒนธรรมยืนยันจุดยืนในการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของไทยตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์และกฎหมาย พร้อมเตรียมทำหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อฝ่ายกัมพูชา ขณะที่กองทัพภาคที่ 2 รายงานผลตรวจสอบเหตุรถแบ็กโฮประสบเหตุทุ่นระเบิดใน จ.สุรินทร์ พบระเบิดดักยานพาหนะชนิด TM-46 เพิ่มอีก 2 ทุ่น ซึ่งยังมีศักยภาพก่ออันตราย แม้มีสภาพเก่า แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุแหล่งที่มาและช่วงเวลาที่วางได้อย่างชัดเจน

น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการปกป้อง คุ้มครอง และรักษาโบราณสถานและโบราณวัตถุ โดยยึดข้อเท็จจริง หลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ตลอดจนกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก ภายหลังได้รับหนังสือจากกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์แห่งกัมพูชา ลงวันที่ 22 ต.ค. 2569 ซึ่งมีข้อกล่าวอ้างและข้อเรียกร้องเกี่ยวกับโบราณสถานและโบราณวัตถุบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมระบุว่า ปราสาทตาควายและปราสาทคนาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตามกฎหมายไทยแล้ว การดำเนินงานของหน่วยงานไทยจึงเป็นไปเพื่อคุ้มครองและรักษามรดกทางวัฒนธรรม ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักวิชาการที่เกี่ยวข้อง

สำหรับปราสาทคนา กรมศิลปากรเคยดำเนินการสำรวจพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2544 โดยในขณะนั้นไม่พบเจ้าหน้าที่ทหารหรือพลเรือนชาวกัมพูชาในบริเวณพื้นที่ที่สำรวจ และไม่ปรากฏการคัดค้านหรือขัดขวางการดำเนินงานจากฝ่ายกัมพูชา ภายหลังเหตุการณ์การสู้รบและการหยุดยิง หน่วยงานไทยได้ดำเนินการดูแลรักษาพื้นที่และมรดกทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง โดยกรมศิลปากรได้สำรวจและจัดทำบัญชีรายการโบราณวัตถุที่พบในบริเวณปราสาทคนา พร้อมนำไปเก็บรักษาไว้ในสถานที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการสูญหาย การถูกทำลาย หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อันเป็นการดำเนินการเพื่อคุ้มครองโบราณวัตถุให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

ส่วนข้อเรียกร้องให้ส่งคืนโบราณวัตถุที่พบในบริเวณปราสาทคนา น.ส.ซาบีดายืนยันว่า โบราณวัตถุดังกล่าวเป็นโบราณวัตถุของไทย โดยกรมศิลปากรได้สำรวจ จัดทำบัญชีรายการ และนำไปเก็บรักษาในสถานที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการสูญหายหรือความเสียหาย ไทยจึงไม่อาจยอมรับข้อเรียกร้องที่อาศัยเพียงคำกล่าวอ้างโดยปราศจากหลักฐานและฐานสิทธิทางกฎหมายที่ชัดเจน

ขณะเดียวกัน ฝ่ายไทยปฏิเสธข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการใช้โบราณสถานเพื่อประโยชน์ทางทหารหรือการจงใจสร้างความเสียหาย โดยยืนยันว่าการดำเนินงานของหน่วยงานไทยมีเป้าหมายเพื่อดูแลรักษาและคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ กรมศิลปากรยังเตรียมการสำรวจ ประเมินความเสียหาย และวางแนวทางอนุรักษ์บูรณะโบราณสถานที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ โดยใช้หลักวิชาการเพื่อรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีให้คงอยู่

น.ส.ซาบีดากล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมจะจัดทำหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการถึงกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์แห่งกัมพูชา ครอบคลุมสถานะการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ประวัติการสำรวจพื้นที่ การดูแลรักษาโบราณวัตถุ และแนวทางอนุรักษ์บูรณะ พร้อมยืนยันว่าไทยจะดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างรอบคอบ โดยตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง หลักฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมไว้สำหรับคนรุ่นต่อไป

ขณะเดียวกัน มีรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 เกี่ยวกับความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีรถแบ็กโฮของประชาชนจิตอาสาคณะหลวงตาเยื้อนประสบเหตุทุ่นระเบิด ระหว่างปฏิบัติงานก่อสร้างเส้นทางยุทธวิธีในพื้นที่ อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ส่งผลให้พนักงานขับรถได้รับบาดเจ็บและรถแบ็กโฮเสียหาย โดยการตรวจสอบพื้นที่ในรัศมีประมาณ 5 เมตรจากจุดเกิดเหตุ ยังพบทุ่นระเบิดดักยานพาหนะชนิด TM-46 เพิ่มอีก 2 ทุ่น แม้มีสภาพเก่าแต่ยังสามารถทำงานและก่ออันตรายได้ เจ้าหน้าที่จึงจะนำข้อมูลไปใช้กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย วางแผนตรวจสอบพื้นที่ และดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดต่อไป