"อนุทิน" กำชับ มท.แก้ปัญหาฉับไว -โปร่งใส สั่ง ผวจ.เตรียมความพร้อมน้ำท่วมใต้ โต้ข่าวมโนสาเร่ อ้างเงินเยียวยาน้ำท่วมหมด มท.บับ กทม.จ่ายห่อน 200 ล้าน หวังทำลายความน่าเชื่อถือรัฐบาล-กทม. ฝากอย่าเงียบช่วยกันชี้แจง ด้าน ‘ชัชชาติ’ โอด เงิน กทม.วิกฤต งบกลาง กทม.เหลือใช้แค่ 28 ล้าน งบใหม่ที่จะเข้าสภา กทม.28 ต.ค.เหลือ 281 ล้านไว้ใช้อีก 1 ปีข้างหน้า
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 ต.ค. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยนายอนุทิน กล่าวช่วงหนึ่งว่า ช่วงเวลานี้มีหลายเรื่องที่กระทรวงมหาดไทยต้องให้ความสำคัญทั้งเรื่องน้ำท่วม การเยียวยา ยาเสพติด การถือครองที่ดินของคนต่างด้าวหรือนอมินี รวมถึงปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ตนขอให้แนวทางในภาพรวมให้ดำเนินการด้วยความฉับไว โปร่งใส ด้วยการพัฒนาไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแล้วจบ เมื่อจบแล้วต้องมั่นใจว่ามีแนวทางในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในระยะยาวเป็นรูปธรรม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยในอนาคต
นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างกรณีน้ำท่วมและการเยียวยาต้องระบุว่าหลังจบสถานการณ์มีอะไรที่ต้องทำต่อไป ทั้งเรื่องฐานข้อมูล ขั้นตอนการรับเงินเยียวยา การตรวจสอบและกระบวนการก่อนที่จะนำเงินโอนถึงมือประชาชน ตนขอแสดงความชื่นชมทุกท่านจากกรณีอุทกภัยเมื่อสิ้นเดือนก.ย.ที่ผ่านมา จังหวัดที่ประสบภัยหลายจังหวัดได้ให้การดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ต้องได้รับการเยียวยา ซึ่งช่วงนั้นเป็นเรื่องการใช้งบกลาง ตนได้กันเอาไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณ ทำให้สามารถใช้เงินเยียวยาประชาชนได้อย่างรวดเร็ว และปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องเตรียมการหลังจากนี้ คือความเสี่ยงจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ วันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเขตพื้นที่สุ่มเสี่ยงต้องเตรียมความพร้อมหรือสิ่งที่จะทำที่ต่างจากปีที่แล้ว ให้เร่งดำเนินการโดยทันทีอย่ารอให้เหตุเกิดขึ้นก่อน ไม่เช่นนั้นจะเท่ากับว่าเราต้องเจอผลลัพธ์เหมือนเดิม ถ้าไม่มีการพัฒนาการทำงานไม่ยกระดับ ดังนั้นขอฝากผู้ว่าฯทุกท่านให้เตรียมพร้อมเป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้เกิดความโกลาหลวุ่นวาย ในกรณีเกิดอุทกภัย
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้บริหารกรุงเทพมหานคร มาด้วย ขอให้เอาเรื่องที่ตอนนี้กระทรวงมหาดไทยต้องร่วมมือกับ กทม. โดยเฉพาะเรื่องการเยียวยาประชาชนหาข้อสรุปกันให้ได้ เพราะว่ามีผู้ประสงค์ร้ายมาให้ข่าวเสมอว่าเงินเยียวยาหมดแล้ว ได้รับอนุมัติแค่ 5 พันล้าน ที่เหลือไม่มี ต้องไปขออนุมัติใหม่ 1 หมื่นล้าน และล่าสุดตนอ่านข่าวมโนสาเร่ เขาบอกว่ากระทรวงมหาดไทยบีบ กทม.จ่ายเงินให้จ่ายเงิน 200 ล้านก่อน จึงต้องขอความกรุณาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและทีมผู้บริหาร ช่วยกระทรวงมหาดไทยแก้ข่าว เพราะพอพวกตนไปแก้ข่าวจะหาว่าเป็นเรื่องกระทืบซ้ำทางการเมืองอีก แต่เขาพยายามจะหาเรื่องเข้ามาเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือทั้งรัฐบาลและกทม. ชัดเจนว่าเป็นเรื่องที่มุ่งหวังประสงค์ร้ายทางการเมือง ด้วยเนื้อหาและวุฒิภาวะของคนที่พูดก็ได้อยู่แค่นี้ จึงต้องมีการชี้แจง การที่เขาพูดว่างบที่เตรียมไว้สำหรับใช้จ่ายน้ำท่วมหมดแล้ว มันหมดไม่ได้เพราะงบนี้อยู่ในงบกลางของสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อมีอุทกภัย อุบัติภัย และภัยอะไรก็แล้วแต่ที่เข้าข่ายและเข้าเกณฑ์ที่ต้องใช้ นายกฯ จะเป็นผู้อนุมัติการใช้งบนี้ ถ้าเกิน 100 ล้าน ก็นำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ความเห็นชอบ ก็จะไม่มีวันที่ไม่พอหรือหมด และยังมีงบประมาณที่แต่ละหน่วยงานสำรองอยู่แล้ว ทั้งรูปแบบกระทรวงและรูปแบบจังหวัดหรือแม้กระทั่ง กทม. มีกฎระเบียบที่ตราไว้อย่างชัดเจน
“ฝากทุกท่านได้พูดด้วย ท่านก็เงียบไปหมดเลยมันก็กลายเป็นว่าคนที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจมาพูด และตักตวงประโยชน์จากการให้ข่าวที่เป็นข่าวไม่ดีกับประชาชน ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดรัฐบาล เขาแสดงตนเหมือนเขาเป็นผู้มีความรู้ทั้งที่ไม่มีความรู้ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงให้เกิดความกระจ่าง เพราะคนที่รับผิดชอบต่อประชาชนคือพวกท่านทั้งหลาย ไม่ใช่คนที่เข้ามาพูด เพราะเขาไม่มีสิทธิ์มีอำนาจอะไร ขอให้มีความชัดเจนตรงนี้ด้วยจะได้ช่วยกันทำงาน ไม่อย่างนั้นพอมีการทักท้วงอะไรขึ้นมา ต่างคนก็ต่างกลับไปดูว่ามีอะไรผิดพลาด ซึ่งความจริงไม่มี เพราะเรามีกระบวนการ มีขั้นตอนปฏิบัติตามทุกอย่าง แทบจะไม่ต้องคิดเองเลย เขาเขียนไว้เป็นหลักปฏิบัติ สิ่งที่เราต้องการคือความแม่นยำเท่านั้นเอง“นายอนุทิน กล่าว
ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในเรื่องเงินเยียวยาพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทางผู้ว่าฯ กทม.ไม่มีเงินสำรอง 50 ล้านเหมือนที่อื่น ซึ่งเงิน 50 ล้านบาทอยู่ที่อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)เป็นผู้ดำเนินการ เรื่องเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจะมาจาก 2 ส่วน คืองบฯ กลางที่ผู้ว่าฯ มีอำนาจใช้ในกรณีฉุกเฉิน 400 ล้านบาท ใช้ไปแล้ว 372 ล้านบาท ช่วยผู้ประสบภัยโดยตรง 162 ล้านบาท จำพวกถุงยังชีพ อาหารต่างๆ และอีก 210 ล้านบาท โอนไปสมทบ ปภ. ในกรณีเงินเยียวยา 5,000 บาทและ 9,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งงบกลางที่จะเหลือใช้ของ กทม.ตอนนี้ เหลือเพียง 28 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินเกินดุลที่เก็บมาใช้หนี้บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ไป 70,000 กว่าล้าน บาท ซึ่งเหลือน้อยมาก หากคิดถึงหนี้เก่าแล้ว เหลือเงินอยู่เพียง 1,420 ล้านบาท เจียดมาจะเข้าสภา กทม.ในวันที่ 28 ต.ค.นี้ เพื่อนำไปจ่ายซ่อมบ้านเรือนของประชาชน 1,139 ล้านบาท ซึ่งเงินเหลือจริงๆ เพียง 281 ล้านบาท โดยเป็นเงินที่เหลืออยู่ในธนาคารสามารถใช้ได้ หากมีอะไรฉุกเฉินในอีก 1 ปีข้างหน้า ถือว่าสถานการณ์การเงินของ กทม.ค่อนข้างวิกฤติ งบกลางเหลือเพียง 28 ล้านบาทและเงินสมทบจ่ายขาดที่จะเอาไปใช้ได้เหลือ 281 ล้านบาท ส่วนเงินที่จะนำไปใช้เยียวยาประชาชนทั้งหมด 1,511 ล้านบาท ที่มาจากเงินของเราเอง ทั้งนี้ ในส่วนของ กทม.ในเรื่องเงินเยียวยา เราขอเท่าที่ให้ไป 210 ล้านบาท
จากนั้น นายกฯ กล่าวว่า ทั้ง 2 หน่วยงาน (กทม. และ ปภ.) จะต้องไปประชุมกัน โดยให้ รมช.มหาดไทย และปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุมด้วย ถ้ามีเหตุมีผลตนได้หมด ซึ่งเงินก็วนเวียนอยู่ตรงนี้ แต่ทั้งสองหน่วยงานต้องหาข้อตกลงกันให้ได้ เพราะถ้าหากยังเกี่ยงกัน เงินก็จะให้กับประชาชนช้าลง โดยต้องเร่งประชุมและหาข้อสรุป ซึ่งตนได้จัดการในส่วนของตนไปแล้ว
ในระหว่างนั้น นายชัชชาติ ได้กล่าวแทรกว่า ตนมีอีกเยอะที่ต้องไปซ่อมแซม ก่อนกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรี.

