xs
xsm
sm
md
lg

ปิดตำนาน “แพทริก สจ๊วร์ต” กัปตันพิคาร์ด-ศาสตราจารย์เอ็กซ์ เสียชีวิตวัย 86 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


แพทริก สจ๊วร์ต เกิดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 1940 ที่ยอร์กเชียร์ ประเทศอังกฤษ ก่อนเสียชีวิตในปี 2026 ด้วยวัย 86 ปี ทิ้งผลงานการแสดงที่เป็นที่จดจำไว้มากมาย
วงการบันเทิงสูญเสีย “เซอร์แพทริก สจ๊วร์ต” นักแสดงชาวอังกฤษระดับตำนาน เจ้าของบท “ฌอง-ลุค พิคาร์ด” จาก Star Trek และ “ศาสตราจารย์ชาร์ลส์ เซเวียร์” จาก X-Men หลังเสียชีวิตที่บ้านพักในลอสแอนเจลิส ในวัย 86 ปี ภายหลังเผชิญโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมลิวอีบอดี

วงการภาพยนตร์และโทรทัศน์โลกต้องพบกับความสูญเสียครั้งสำคัญ เมื่อ เซอร์แพทริก สจ๊วร์ต นักแสดงชาวอังกฤษผู้สร้างชื่อจากบทบาทในแฟรนไชส์ระดับโลกอย่าง Star Trek และ X-Men เสียชีวิตแล้วในวัย 86 ปี

เคลลี บุช โนแวก โฆษกที่ร่วมงานกับแพทริก สจ๊วร์ตมาอย่างยาวนาน เปิดเผยว่า นักแสดงชื่อดังเสียชีวิตเมื่อวันพุธที่บ้านพักในนครลอสแอนเจลิส หลังผ่านช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ต้องเผชิญกับโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมลิวอีบอดี โดยในช่วงสุดท้ายของชีวิตมีสมาชิกครอบครัวและเพื่อนสนิทอยู่เคียงข้าง ท่ามกลางเสียงดนตรี การสวดภาวนา น้ำตา และเสียงหัวเราะ

ชื่อของแพทริก สจ๊วร์ตกลายเป็นที่รู้จักทั่วโลกจากบท กัปตันฌอง-ลุค พิคาร์ด ผู้บัญชาการยานยูเอสเอส เอนเทอร์ไพรซ์ ในซีรีส์ Star Trek: The Next Generation ซึ่งเริ่มออกอากาศในปี 1987

Avengers: Doomsday กลายเป็นผลงานที่แพทริก สจ๊วร์ตถ่ายทำไว้ในช่วงท้ายของชีวิต กับการกลับมารับบท ศาสตราจารย์ชาร์ลส์ เซเวียร์ หรือ Professor X ตัวละครสำคัญที่เขาผูกพันมายาวนาน
ก่อนเข้าสู่จักรวาล Star Trek เขามีประสบการณ์ในวงการละครเวทีอังกฤษมาหลายสิบปี และได้รับการยอมรับอย่างสูงในฐานะนักแสดงสายเชกสเปียร์ แต่ในขณะนั้นยังแทบไม่เป็นที่รู้จักในสหรัฐฯ

โรเบิร์ต จัสต์แมน โปรดิวเซอร์ของ Star Trek: The Next Generation พบเขาระหว่างการบรรยายที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส และประทับใจกับการอ่านบทเชกสเปียร์ ก่อนผลักดันให้เขาเข้าทดสอบบท แม้ จีน ร็อดเดนเบอร์รี ผู้สร้าง Star Trek จะเคยลังเลว่า นักแสดงอังกฤษศีรษะล้านจะเหมาะสมกับการเป็นใบหน้าของซีรีส์ภาคใหม่หรือไม่

ท้ายที่สุด สจ๊วร์ตก็ได้รับบทกัปตันพิคาร์ด พร้อมเซ็นสัญญาระยะยาว ทั้งที่เจ้าตัวเคยคิดว่าซีรีส์อาจอยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม Star Trek: The Next Generation กลับประสบความสำเร็จอย่างสูง ออกอากาศต่อเนื่องถึง 7 ฤดูกาล และทำให้ตัวละครกัปตันพิคาร์ดกลายเป็นหนึ่งในตัวละครที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์ไซไฟโทรทัศน์

อีกหนึ่งบทบาทระดับตำนานของแพทริก สจ๊วร์ต คือ กัปตันฌอง-ลุค พิคาร์ด แห่ง Star Trek ซึ่งเขารับบทต่อเนื่องยาวนานหลายทศวรรษ ทั้งในจอแก้วและภาพยนตร์
หลังซีรีส์จบลงในปี 1994 ทีมงานยังสร้างภาพยนตร์ภาคต่ออีกหลายเรื่อง ได้แก่ Star Trek: Generations, Star Trek: First Contact, Star Trek: Insurrection และ Star Trek: Nemesis

แม้ความสำเร็จจากบทกัปตันพิคาร์ดจะทำให้สจ๊วร์ตเผชิญกับการถูกจดจำในบทบาทเดิม แต่ต่อมาเขาได้สร้างอีกหนึ่งบทบาทที่กลายเป็นภาพจำของแฟนภาพยนตร์ทั่วโลก นั่นคือ ศาสตราจารย์ชาร์ลส์ เซเวียร์ หรือศาสตราจารย์เอ็กซ์ ผู้นำกลุ่มมนุษย์กลายพันธุ์ในภาพยนตร์ X-Men เมื่อปี 2000

ในภาพยนตร์ชุดดังกล่าว เขาได้ร่วมงานกับเพื่อนสนิทอย่าง เอียน แม็กเคลเลน ผู้รับบทแม็กนีโต และกลับมารับบทศาสตราจารย์เอ็กซ์ในภาพยนตร์หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น X2: X-Men United, X-Men: The Last Stand, X-Men: Days of Future Past และ Logan รวมถึงการปรากฏตัวใน Doctor Strange in the Multiverse of Madness

แพทริก สจ๊วร์ตเริ่มต้นเส้นทางการแสดงจากละครเวที ก่อนก้าวเข้าสู่วงการโทรทัศน์และภาพยนตร์ และสร้างชื่อในฐานะนักแสดงฝีมือจัดจ้านจากอังกฤษ
สจ๊วร์ตเคยกล่าวถึงตัวละครกัปตันพิคาร์ดและศาสตราจารย์เอ็กซ์ว่า เขาชื่นชมทั้งสองคนในเรื่องศีลธรรม ความเมตตา ความอ่อนไหว และความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น พร้อมยอมรับว่าการรับบทพิคาร์ดมาอย่างยาวนานส่งผลต่อชีวิตและความคิดของเขาอย่างมาก

หลังห่างหายจากบทบาทกัปตันพิคาร์ดไปนานถึง 17 ปี สจ๊วร์ตกลับมาสู่จักรวาลเดิมอีกครั้งกับซีรีส์ Star Trek: Picard ซึ่งเริ่มออกอากาศในปี 2020

แพทริก สจ๊วร์ตเกิดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 1940 ที่เมืองเมอร์ฟิลด์ ยอร์กเชียร์ ประเทศอังกฤษ เป็นบุตรของ อัลเฟรด สจ๊วร์ต และ แกลดีส์ สจ๊วร์ต

วัยเด็กของเขาเต็มไปด้วยความตึงเครียดจากปัญหาความรุนแรงภายในครอบครัว โดยบิดาซึ่งเป็นทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่ 2 มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงต่อมารดา ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้สจ๊วร์ตมีบทบาทในการรณรงค์ช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัว รวมถึงสนับสนุนทหารผ่านศึกในเวลาต่อมา

ตลอดเส้นทางอาชีพ เขารับงานแสดงมาแล้วหลากหลายรูปแบบ รวมถึงภาพยนตร์เรื่อง Excalibur ในปี 1981 และ Dune ในปี 1984 ก่อนก้าวสู่การเป็นไอคอนของวงการไซไฟ
Avengers: Doomsday กลายเป็นผลงานที่แพทริก สจ๊วร์ตถ่ายทำไว้ในช่วงท้ายของชีวิต กับการกลับมารับบทศาสตราจารย์ชาร์ลส์ เซเวียร์ หรือ Professor X ตัวละครสำคัญที่เขาผูกพันมายาวนานเขาเคยเล่าว่า การแสดงกลายเป็นพื้นที่หลบภัยในวัยเด็ก เพราะเวทีเปิดโอกาสให้เขาได้เป็นคนอื่น อยู่ในสถานที่อื่น และในช่วงเวลาอื่น

เมื่ออายุ 15 ปี สจ๊วร์ตเคยทำงานกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น The Dewsbury Reporter ก่อนตัดสินใจทิ้งเส้นทางสื่อมวลชนและเลือกการแสดงอย่างเต็มตัว หลังถูกบรรณาธิการบอกให้เลือกระหว่างการแสดงกับงานข่าว

เมื่ออายุ 18 ปี เขาได้รับทุนเข้าเรียนที่โรงเรียนการละครบริสตอล โอลด์ วิก และเมื่ออายุ 26 ปี ได้เข้าร่วมคณะรอยัล เชกสเปียร์ คอมพานี ก่อนสะสมผลงานละครเวที ภาพยนตร์ และโทรทัศน์มากมาย

ผลงานภาพยนตร์ในช่วงแรกของเขารวมถึง Excalibur ในปี 1981 และ Dune ของผู้กำกับ เดวิด ลินช์ ในปี 1984

แพทริก สจ๊วร์ตร่วมงานกับเพื่อนสนิทอย่าง เอียน แม็กเคลเลน ในภาพยนตร์ชุด X-Men โดยสจ๊วร์ตรับบทศาสตราจารย์เอ็กซ์ ขณะที่แม็กเคลเลนรับบท แม็กนีโต จนกลายเป็นหนึ่งในคู่ตัวละครสำคัญของแฟรนไชส์
ตลอดอาชีพการแสดง สจ๊วร์ตได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงทั้งรางวัลเอ็มมีและลูกโลกทองคำจากผลงานหลายเรื่อง อาทิ Moby Dick, The Lion in Winter, Extras, Hamlet และ Blunt Talk นอกจากนี้ยังเป็นที่รู้จักจากการพากย์เสียง เอเวอรี บูลล็อก ในซีรีส์แอนิเมชัน American Dad!

ด้านเกียรติยศ สจ๊วร์ตได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่แห่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์จักรวรรดิอังกฤษ หรือ OBE ในปี 2001 ก่อนที่ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จะพระราชทานบรรดาศักดิ์อัศวินให้แก่เขาในปี 2010

ชีวิตส่วนตัว สจ๊วร์ตแต่งงานทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งแรกกับ ชีลา ฟอลคอเนอร์ ระหว่างปี 1966-1990 และมีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ แดเนียล สจ๊วร์ต และ โซเฟีย สจ๊วร์ต ต่อมาแต่งงานกับ เวนดี นอยส์ โปรดิวเซอร์ของ Star Trek ระหว่างปี 2000-2003 ก่อนแต่งงานกับนักดนตรีแจ๊ส ซันนี โอเซลล์ ในปี 2013 โดยมีเอียน แม็กเคลเลนเป็นผู้ประกอบพิธี

แพทริก สจ๊วร์ตทิ้งมรดกสำคัญไว้ในโลกการแสดง จากนักแสดงละครเวทีอังกฤษสู่หนึ่งในไอคอนสำคัญของวงการไซไฟและภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ โดยเฉพาะสองบทบาทอย่างกัปตันฌอง-ลุค พิคาร์ด และศาสตราจารย์ชาร์ลส์ เซเวียร์ ซึ่งกลายเป็นตัวละครที่อยู่ในความทรงจำของผู้ชมทั่วโลก

ชีวิตส่วนตัว แพทริก สจ๊วร์ตแต่งงานมาแล้ว 3 ครั้ง และมีบุตร 2 คนจากการแต่งงานครั้งแรก ก่อนแต่งงานกับ ซันนี โอเซลล์ ในปี 2013 โดยมีเพื่อนสนิทอย่าง เอียน แม็กเคลเลน เป็นผู้ประกอบพิธีแต่งงานให้ทั้งคู่