“โสภณ” สวนกลับข้อกล่าวหา ยืนยันรัฐบาลไม่ได้ดองญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เป็นฝ่ายค้านเองที่ยังไม่พร้อมจนต้องขอเลื่อน ด้านนายกฯ อนุทินย้ำไม่เคยหนีสภา พร้อมแจงทุกประเด็น
แม้สภาผู้แทนราษฎรได้จะกำหนดวันและกรอบเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นในช่วงเดือนธันวาคมมาแล้ว แต่ยังคงมีเสียงวิจารณ์ว่าสาเหตุที่ต้องเลื่อนออกไปไกลถึงขนาดนั้นเป็นเพราะการเล่มเกมการเมืองของฝ่ายรัฐบาลเอง
ในเรื่องนี้ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ชี้แจงว่า ในการเจรจาตกลงกรอบเวลาอภิปราย 4 วันบวก 1 วันนั้น ฝ่ายรัฐบาลมีความพร้อมตั้งแต่ช่วงแรกที่มีการหารือกัน คือระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่ฝ่ายฝ่ายค้านเป็นผู้แจ้งว่ายังไม่พร้อม และขอเลื่อนการอภิปรายออกไปเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม กระทั่งตนได้รับมอบหมายให้เป็นผู้เจรจาและหาข้อสรุปเกี่ยวกับวันอภิปราย จนได้กำหนดช่วงวันที่ 7-10 ธันวาคมตามที่ปรากฏเป็นข่าว โดยยังคงใช้กรอบเวลาการอภิปราย 4 วันตามเดิม
นายโสภณ ยืนยันว่า การกล่าวหาว่ารัฐบาลเป็นฝ่ายยื้อเวลาและไม่ยอมให้มีการอภิปรายจนทำให้กระบวนการล่าช้า ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เพราะรัฐบาลมีความพร้อมที่จะชี้แจงตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมแล้ว พร้อมขอให้ทุกฝ่ายทำความเข้าใจข้อมูลให้ตรงกัน เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสนจากการนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อน
ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” ถึงสถานการณ์ทางการเมืองและการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งมีกำหนดระหว่างวันที่ 7-11 ธันวาคมนี้ว่า ตนไม่เคยหลีกเลี่ยงการทำหน้าที่ในสภา และหากไม่มีภารกิจอื่นก็พร้อมเข้าสภาเพื่อรับฟังการอภิปรายของฝ่ายค้าน
นายกฯ ยืนยันว่า ไม่มีเล่นแง่กันทางการเมือง และการเดินทางไปพบผู้นำประเทศต่างๆที่ฝ่ายค้านบอกว่าเดินทางไปต่างประเทศแล้วได้อะไร เวลานี้ได้มา 1.7 ล้านล้านบาท ได้การส่งออกเพิ่มขึ้น 20% ส่วนการที่ไม่เข้าสภานั้น เพราะมีภารกิจ ถ้าไม่มีภารกิจก็เข้า ที่บอกว่าไม่ไปตอบกระทู้เพราะว่ามีรองนายกฯที่มอบหมายงานและนโยบายไว้แล้ว หากกระทู้ถามตรงกับรัฐมนตรีคนไหน เขาก็ไปตอบ

