ฉะเชิงเทรา – ชาวบ้านบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เดือดร้อนหนัก หลังน้ำท่วมขังนานนับเดือน พบปลาที่หามาขังไว้เตรียมขายตายเกลี้ยง เชื่ออาจได้รับผลกระทบจากมวลน้ำเสียที่ไหลมาจากพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ขณะที่น้ำเริ่มดำข้นขึ้นทุกวัน สัมผัสแล้วมีอาการคัน ด้านบ่อเลี้ยงกุ้งเสียหาย สูญเงินลงทุนหลายแสนบาท วอนรัฐบาลเร่งตรวจสอบโรงงานกากอุตสาหกรรม หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อมและอาชีพทำกินในระยะยาว
วันนี้ ( 2 พ.ย.) นายธงชัย หลินแดง อายุ 58 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 ต.บางกระเจ็ด อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า บ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมถูกน้ำท่วมขังมานานนับเดือน ก่อนหน้านี้ระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร ต้องใช้เรือและแผ่นโฟมสัญจรเข้าออกบ้าน อีกทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้รับความเสียหาย
สิ่งที่น่ากังวลคือปลาที่หามาได้เพื่อขังไว้เตรียมจำหน่าย ทั้งปลาตะเพียน ปลาหมอ และปลานิล กลับลอยตายทั้งหมด ต่างจากที่ผ่านมาไม่เคยตายง่ายเช่นนี้ จึงสงสัยว่าอาจมีสารปนเปื้อนมากับมวลน้ำจากพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี โดยเฉพาะแถบกบินทร์บุรี ซึ่งมีโรงงานเกี่ยวกับกากอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางน้ำจากพื้นที่เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม ผ่านคลองท่าลาดลงสู่แม่น้ำบางปะกงในพื้นที่ อ.บางคล้า ทำให้ชาวบ้านกังวลว่ามลพิษอาจไหลลงมาสะสมในพื้นที่ปลายน้ำ อย่างไรก็ตาม สาเหตุและแหล่งที่มาของสารปนเปื้อนยังต้องรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์
นายธงชัย ระบุอีกว่า ตนและชาวบ้านที่ลงไปสัมผัสน้ำมีอาการคันตามร่างกายและน้ำกัดเท้า ต้องใช้ยารักษา โดยเฉพาะช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา อาการคันยิ่งชัดเจนขึ้น แม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงแต่ยังคงท่วมขังอยู่
ขณะเดียวกัน บ่อเลี้ยงกุ้งขาวผสมกุ้งก้ามกรามขนาด 3-4 ไร่ จำนวน 2 บ่อ ที่ลงทุนเลี้ยงมานานกว่า 2 เดือน ถูกน้ำท่วมจนกุ้งหนีออกไปหมด สูญเสียเงินลงทุนหลายแสนบาท ทั้งค่าอาหารกว่า 2 ตัน ค่าพันธุ์กุ้ง และอุปกรณ์เครื่องตีน้ำกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหาย ทำให้ขณะนี้ไม่มีทุนสำหรับเริ่มต้นอาชีพใหม่
นายธงชัย กล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม ทั้งระบบบำบัดและสถานที่จัดเก็บวัตถุอันตราย เพื่อป้องกันการรั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำ โดยเฉพาะช่วงฝนตกและน้ำท่วม ซึ่งอาจทำให้สารปนเปื้อนไหลเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรมและชุมชน
พร้อมแสดงความห่วงใยว่า หากแหล่งน้ำและพื้นที่ทำกินปนเปื้อนสารพิษ อาจกระทบต่อการเลี้ยงสัตว์น้ำและผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค และอาจส่งผลต่อการจำหน่ายหรือส่งออกสินค้าในอนาคต โดยเฉพาะคนรุ่นลูกหลานที่จะต้องเผชิญปัญหาต่อไป
สำหรับสถานการณ์ล่าสุด นายธงชัย ระบุว่า น้ำที่ท่วมขังมีสีดำเข้มและข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ้านเรือนในพื้นที่ต่ำยังมีน้ำสูงระดับหัวเข่า และจะเพิ่มขึ้นเมื่อเกิดน้ำทะเลหนุน โดยคาดว่าอาจต้องใช้เวลาอีกนานนับเดือนกว่าน้ำจะระบายออกหมด

