xs
xsm
sm
md
lg

สุดเศร้า!แม่ผู้ช่วยพยาบาลร่ำไห้ทำพิธีเชิญวิญญาณลูกสาวเหยื่อแก๊งวัยรุ่นเปิดศึกกลางถนน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เชียงใหม่-แม่และญาติของน้องป้อบปี้ ผู้ช่วยพยาบาลสาว ร่ำไห้เรียกดวงวิญญาณลูกสาวกลับบ้าน ขณะเดินทางมาเก็บข้าวของของน้องที่หอพักพยาบาล เชื่อดวงวิญญาณลูกยังไม่รู้ตัวว่าเสียชีวิต ยังคงเดินทางมาทำงาน จนเพื่อนร่วมห้องและ รปภ. สัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติ เชื่อว่าเป็นดวงวิญญาณของน้องกลับมาที่หอพักเมื่อคืน เผยน้องรักการช่วยเหลือผู้อื่น สู้ชีวิต ตั้งใจอยากเป็นผู้ช่วยพยาบาลจนสอบติดเรียนได้และเริ่มทำงานด้วยอนาคตสดใส แต่ต้องมาจากไปในเวลาอันรวดเร็ว พ่อยังทำใจไม่ได้และมีอาการป่วย ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนคดีปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจ แต่ฝั่งผู้กระทำผิดยังไม่ติดต่อมาแสดงความรับผิดชอบ โดยเฉพาะคนขับรถที่ชนน้อง


ความคืบหน้าคดีแก๊งวัยรุ่นคู่อริทก่อเหตุทะเลาะวิวาทเปิดศึกไล่ทำร้ายและใช้อาวุธปืนยิงใส่กัน รวมทั้งขับรถยนต์กระบะไล่ชนกัน จนทำให้ผู้ช่วยพยาบาลสาวที่พยามลงไปช่วยผู้บาดเจ็บถูกลูกหลงจากการถูกรถยนต์กระบะของแก๊งวัยรุ่นพุ่งชนจนเสียชีวิต ซึ่งเหตุเกิดช่วงกลางดึกคืนวันที่31ต.ค.69 บริเวณถนนใกล้แยกดอนจั่น ตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่

วันนี้(2พ.ย.69)นางกนกพร ยศธิวงค์ แม่ของน้องป้อบปี้ หรือ นางสาวกนกรัตน์ ยศธิวงค์ อายุ 24 ปี ผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวได้เดินทางพร้อมญาติไปที่หอพักพยาบาลภายในโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่ที่น้องใช้ชีวิตอยู่มานานเกือบ 2 ปี ในช่วงที่ทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาล โดยน้องเป็นที่รักและเป็นที่รู้จักของเพื่อนร่วมงานและเพื่อนร่วมหอพัก

โดยวันนี้ครอบครัวมาเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของน้องป้อบปี้จากห้องพัก เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีที่บ้านเกิดจังหวัดลำพูนตามประเพณีความเชื่อของคนเหนือ แต่แม่และญาติ ๆ ยังทำใจไม่ได้ ขณะเก็บข้าวของต่างมีอาการใจแตกสลาย สลับกับร้องไห้ออกมาเมื่อมองเห็นสิ่งของที่เป็นของลูกสาว

หลังจากขนข้าวของเสร็จแล้ว ได้จุดธูปเรียกดวงวิญญาณของน้องจากห้องพักขึ้นรถกลับบ้านไปพร้อมกับแม่ โดยแม่และญาติเรียกชื่อน้องให้กลับไปด้วยกันทั้งน้ำตา จากนั้นได้นำธูปไปจุดบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางที่ช่วยดูแลปกปักรักษาลูกสาว แจ้งว่าวันนี้ได้มาเชิญดวงวิญญาณน้องกลับบ้าน พร้อมฝากเจ้าที่เจ้าทางว่า หากพบดวงวิญญาณของน้อง ขอให้บอกให้กลับบ้านไปพร้อมกับแม่


ทั้งนี้นางกนกพร เปิดเผยว่า พ่อแม่และครอบครัวญาติพี่น้องต่างเศร้าโศกเสียใจอย่างหนักกับการสูญเสียในครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวและยากที่จะทำใจยอมรับ เพราะน้องถือเป็นความหวังของครอบครัว และยังมีอนาคตอีกยาวไกล เพิ่งทำงานในอาชีพที่เป็นที่รักได้เพียงปีกว่าเท่านั้น ซึ่งอาชีพพยาบาลถือเป็นอาชีพที่น้องรักและใฝ่ฝันมาตลอด ตั้งแต่เป็นเด็กที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ

โดยหลังจากเรียนจบชั้นมัธยมศึกษา น้องตั้งใจเข้าเรียนพยาบาล แต่ยังไม่มีความพร้อมทางการเงิน จึงเลือกไปทำงานร้านสะดวกซื้อเพื่อเก็บเงินจนกระทั่งมีความพร้อม จากนั้นจึงเข้าเรียนหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลจนจบการศึกษาและฝึกงาน ก่อนจะได้ทำงานในอาชีพนี้ในที่สุด

นางกนกพร บอกด้วยว่า ตลอดช่วงการทำงานที่ผ่านมา น้องทุ่มเทและตั้งใจทำงานอยู่เสมอ เป็นที่รักใคร่ของผู้ร่วมงานทุกคน เพราะเป็นคนขยันขันแข็งและมีน้ำใจ พร้อมช่วยเหลือทุกคนอยู่เสมอ จนกระทั่งต้องมาเสียชีวิตจากความมีน้ำใจและชอบช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น นอกจากครอบครัวแล้ว เพื่อนร่วมงานทุกคนต่างเสียใจอย่างมากเช่นกัน


นอกจากนี้ ทุกคนยังเชื่อว่าน้องยังมีความเป็นห่วงงานที่ทำอยู่ เพราะหลังจากน้องเสียชีวิต พบว่ามีเรื่องราวแปลก ๆ เกิดขึ้นหลายอย่าง คล้ายกับว่าน้องยังกลับมาทำงานอยู่ ซึ่งไม่สามารถหาคำตอบได้ ทางแม่จึงเดินทางมาทำพิธีบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางตามความเชื่อ เพื่อเชิญดวงวิญญาณน้องกลับบ้าน พร้อมเก็บข้าวของส่วนตัวกลับไปประกอบพิธีศพที่บ้านในอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ส่วนการดำเนินคดีตามกฎหมายขอให้เป็นไปตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่

ด้านนายเทพนิยม รักษ์เทพา ญาติของน้องป้อบปี้ เปิดเผยว่า ขณะนี้ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งที่ผ่านมาเชื่อมั่นว่าตำรวจทำงานอย่างเต็มที่และตรงไปตรงมา ล่าสุดได้รับแจ้งว่าจับกุมตัวคนขับรถมาดำเนินคดีแล้ว แต่สิ่งที่ญาติยังติดใจคือ ฝั่งคู่กรณียังไม่มีการติดต่อมาแสดงความรับผิดชอบกับทางญาติเลย นับตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงวันนี้