xs
xsm
sm
md
lg

“พุทธ อภิวรรณ” ไม่โอเค! เงินบริจาค 8 แสน ถูกสร้างเป็นพูลวิลล่า-ศาลเจ้า ลั่นเส้นเงินน่าสงสัย เป็นบทเรียนให้คิดหนัก(คลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“พุทธ อภิวรรณ” เข้าพบตำรวจในฐานะพยาน ยันยันโอนเงินบริจาคช่วยมูลนิธิ “บุ๋ม ปนัดดา” 5 ครั้ง รวม 8 แสนบาท ชี้เส้นเงินน่าสงสัยแม้ไม่ติดใจเอาความ แต่ไม่โอเค บอกถึงเอาไปสร้างศาลเจ้า 10 กว่าล้านก็ไม่โอเค ให้กระบวนการกฎหมายทำงาน ยอมรับบทเรียนนี้ทำเอาคิดหนักก่อนบริจาคครั้งต่อไป

วันนีั (3 พ.ย.69) “นายพุทธ อภิวรรณ” ผู้สื่อข่าวและผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง พร้อมด้วย “ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต” เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำในฐานะ “พยาน” กรณีการโอนเงินบริจาคให้กับมูลนิธิของ “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี”

นายพุทธ เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาในฐานะพยาน ไม่ได้มาแจ้งความดำเนินคดีหรือเป็นผู้เสียหาย โดยตนได้ทยอยโอนเงินบริจาคผ่านมูลนิธิดังกล่าวไปทั้งหมด 5 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2568 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 800,000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและเสบียงอาหารทหารชายแดนใต้ ตามที่บุ๋มได้ประกาศผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งขณะนั้นตนเชื่อมั่นในเจตนาบริสุทธิ์เพราะเห็นการทำงานหน้างานมาโดยตลอด และไม่ได้นำเงินไปลดหย่อนภาษีใดๆ

อย่างไรก็ตาม พุทธ อภิวรรณ ระบุว่า หลังจากได้เห็นหลักฐาน สลิป สเตทเมนต์ และเส้นทางการเงินต่างๆ รวมถึงคนรอบตัวของบุ๋ม ก็ยอมรับว่ามีความผิดปกติและมีหลายจุดที่น่าสงสัย ซึ่งตนได้นำหลักฐานเส้นทางการเงินทั้งหมดมามอบให้ตำรวจ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับรายจ่ายของมูลนิธิว่าสัมพันธ์กันอย่างไร ลั่นไม่ติดใจแต่ไม่โอเค


พุทธ : “วันนี้ตร.เรียกมาในฐานะพยานเรื่องของการบริจาคเงิน ของผมบริจาคไป 5 ครั้ง ทยอยบริจาค มีทั้งช่วงน้ำท่วม ชายแดนใต้ ตั้งแต่ปี 68 5 ครั้งก็จะมี 1-2 แสน รวมทั้งหมด 8 แสน ผมบริจาคเพื่อช่วยตามที่คุณบุ๋มประกาศผ่านทางสื่อต่างๆ ชายแดนก็จะเป็นเรื่องเสบียงอาหาร น้ำท่วมก็ช่วยเรื่องอาหารผู้ประสบภัย

ผมไม่ทราบเลย ผมคงไม่รู้ว่าคุณบุ๋มเอาไปใช้อะไร ด้วยเราเห็นจากที่คุณบุ๋มลงไปหน้างานต่างๆ เราเชื่อว่าเขาคงจะนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ให้ไว้ วันนี้ผมเอาเส้นเงินที่บริจาคมาให้ ผมคาดว่าทางเจ้าหน้าที่เขาคงจะไปเทียบว่าในช่วงรอยต่อตั้งแต่ 68-69 ที่ผมบริจาคให้มันจะไปสัมพันธ์กับรายจ่ายของมูลนิธิช่วงรอยต่ออะไรบ้าง เช่น เอาไปซื้อที่ดิน มันจะเป็นรอยต่อไปสัมผัสกับเส้นช่วงที่มีการจ่ายพูลวิลล่าหรือเปล่า อันนี้ผมคิดเองนะครับ”

ไม่มีใครคิดว่าบุ๋มจะเดินทางมาถึงจุดนี้
พุทธ : “ที่คุยกับเจ้าหน้าที่ว่าผมมาเป็นพยานไม่ได้มาแจ้งความ เพราะเจ้าหน้าที่ก็ถามว่าจะมาเป็นผู้เสียหายหรือมาเป็นพยาน ผมไม่ได้รีเช็กอะไร ผมเชื่อว่าคนที่บริจาคก็ไม่ได้รีเช็ก คงไม่มีใครนึกว่าวันนี้จะมาถึง จะมาเกิดเรื่องแบบนี้ ไม่มีใครคิดว่าคุณบุ๋ม ปนัดดา จะเดินทางถึงจุดนี้ ผมเพิ่งคุยล่าสุดของคุณบุ๋มตอนแรกผมเห็นหลักฐานที่มันออกมา ผมก็ให้ไอซ์ สารวัตร ติดต่อไปหาคุณบุ๋มก็ไม่คิดว่าเขาจะเล่าให้ฟัง ก่อนจะเป็นประเด็นใหญ่คุณบุ๋มตัดสินใจโทรศัพท์กลับมาเล่ารายละเอียดให้ฟัง ที่ว่าลูกโดนลักเอาตัวไป เรื่องมีผู้หญิงเข้ามาในชีวิต รู้ตอนนั้นหลังจากนั้นก็มาเป็นข่าว (แปลว่าเราไม่ได้ติดใจเอาความบุ๋ม?) จริงๆ แล้วคดีแบบนี้มันไม่จำเป็นที่ผมจะต้องแจ้งความ”

ทนายเจมส์ : “คดีนี้มันเป็นคดีอาญาแผ่นดิน พอมีคนมาแจ้งความสักคนนึงในฐานะผู้เสียหาย ตำรวจก็จะสอบปากคำผู้เสียหาย แต่ในส่วนของเราคือพยานคนนึงที่จะมายืนยันว่าเรามีการบริจาคจริง เราเห็นมาจากสื่อแบบไหน อย่างไร ตำรวจก็จะรวบรวมหลักฐานการบริจาคของคุณพุทธไว้เป็นพยานหลักฐานในสำนวน”

รับสงสัยเส้นเงิน
พุทธ : “ส่วนตัว ผมไม่นึกว่ามันจะเดินทางมาถึงจุดนี้ เพราะผมเชื่อว่าคุณบุ๋มเองก็ยังยืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์ ใช้เงินถูกต้องตามวัตถุประสงค์ แต่ในฐานะคนทำข่าวที่เราเห็นข้อมูล เห็นเส้นเงิน ผมก็ต้องยอมรับตรงๆ ว่ามันแปลก และมันมีความปกติในเรื่องของเส้นเงินที่มันออกมา รวมทั้งเส้นเงินคนรอบตัวคุณบุ๋มที่ผมกับทีมข่าวไปเห็นจากสลิปและสเตทเมนต์ ก็ยอมรับว่ามันมีอะไรให้เราเอ๊ะหลายเรื่อง ส่วนที่เขาบอกจะเอาเงินส่วนตัวที่ขายทรัพย์สินที่มีมาคืนมูลนิธิ คงเป็นเรื่องของคุณบุ๋ม ทางข้อกฎหมายผมไม่มั่นใจว่าท้ายที่สุดแล้วถ้ามันไปปลายทาง ป.ป.ง มันก็จะต้องไปตกเรื่องการยึดทรัพย์”

ลั่นไม่มีใครโอเค หากเงินที่ตั้งใจเอาไปช่วยเหลือ กลายเป็นพูลวิลล่า แมแต่สร้างศาลเจ้า 10 กว่าล้าน
พุทธ : ”ไม่มีใครโอเคหรอกครับ ผมว่าทั้งดาราศิลปินหลายๆ ท่านเดี๋ยวกำลังจะมาคงไม่มีใครโอเค ถ้ารู้ว่าเงินที่เราตั้งใจให้พี่น้องประชาชนเอาไปช่วยเหลืออยู่ๆ มันกลายไปเป็นพูลวิลล่า กลายเป็นที่ดิน หรือกลายเป็นไปอยู่กับคนรอบตัว กลายเป็นซื้อทองให้ใครบางคน กลายเป็นซื้อแบรนด์เนม ผมก็คงไม่โอเค (สร้างศาลเจ้า 10 กว่าล้านโอเค?) ไม่โอเค

ผมต้องการให้ตำรวจตรวจสอบ มันไม่ใช่แค่ผมต้องการความกระจ่าง ผมว่าทุกคนในสังคมตอนนี้ คำว่ามูลนิธิ ผมเชื่อว่าทุกคนต้องการเห็นการใช้เงินอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ผมว่าเคสของคุณบุ๋มจะเป็นจุดเริ่มต้นให้หลายมูลนิธิเอง ต้องออกมาเปิดเผยว่าคุณใช้เงินไปทำอะไร แล้วมันจริงหรือเปล่าว่ามันเป็นไปตามวัตถุประสงค์ เข้าใจว่าทางตำรวจที่ทำเรื่องนี้ผมว่ามันคงไม่ใช่แค่มูลนิธิคุณบุ๋ม เดี๋ยวเร็วๆ นี้คงจะมีมูลนิธิอื่นอีก”

ไม่ติดใจ บอกหากทำผิดก็รับผลกรรม ลั่นเป็นบทเรียนให้มูลนิธิกล้าเปิดยอดรายรับรายจ่าย
พุทธ : “คงไม่ได้มีผลอะไร ผมถือว่าถ้าเราช่วยไปแล้วก็ไม่ได้ติดใจ ส่วนที่เขาทำผิดเขาก็ต้องรับผลแห่งกรรมของเขาไป ผมว่าถ้าบทเรียนจากมูลนิธิคุณบุ๋มมันทำให้หลายๆ มูลนิธิต้องออกมาเปิดยอดเงินบริจาค น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด หลายๆ คนจะได้พิจารณาว่าต่อไปเราจะโอนเงินให้ใคร เราตัดสินใจช่วยเหลือใคร ถ้ามูลนิธิไหนไม่เปิดเผยยอดจ่าย เรื่องเกี่ยวกับรายรับ ผมว่าสังคมต้องคิดแล้วแหละว่าอย่างนี้เราควรจะช่วยต่อไหม น่าจะเป็นบทเริ่มต้นในหลายๆ มูลนิธิที่คงจะต้องกล้าเปิดยอดรับยอดจ่าย“

ไม่ได้นำมาหักภาษี เพราะเต็มใจช่วย ต่อไปจะโอนให้ใครต้องคิดก่อน
พุทธ : “ไม่ได้คืน เพราะผมไม่ได้เอามาขอส่วนลดใดๆ ทั้งสิ้นและผมก็เพิ่งมาทราบว่าของเขาไม่สามารถเอามาหักลบได้ ผมให้ในนามส่วนตัว ผมเต็มใจจะช่วย ผมเห็นจากการที่โพสต์แล้วรู้จักคุณบุ๋มมาก่อน เชื่อว่าคุณบุ๋มมีเจตนาดี ก็ตัดสินใจโอนช่วยเหลือไป บริจาคก็ไม่ได้โทร.ไปบอก เพิ่งจะมาคุยกันตอนที่มันมีเรื่องนี่แหละ จะโอนให้ใครก็ต้องคิดก่อน”

ไม่ปรักปรำใครสร้างหลักฐานเท็จ
พุทธ : ”ผมคงไปปรักปรำใครไม่ได้ว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จหรือเปล่า แต่ถ้าถามผมมันก็เป็นส่วนหนึ่งนะที่บุคคลสาธารณะหรือผู้สื่อข่าวเวลาไปช่วยองค์กรใดองค์กรนึงมันมีผลให้บุคคลนั้นที่เขาเปิดมูลนิธิว่าสามารถใช้ชื่อเสียงของศิลปินดาราไประดมเรื่องของการบริจาค ผมเชื่อว่าน่าจะได้มากกว่าองค์กรอื่นๆ ที่ไม่มีคนมีชื่อเสียงมาร่วมช่วย”

ทนายชี้บุ๋มจะรอดหรือไม่ เส้นเงินเท่านั้นที่จะชี้ชะตา
ทนายเจมส์ : “มันอยู่ที่เส้นเงินอย่างเดียวเลย เส้นเงินโกหกใครไม่เป็น (เขาบอกไม่มีเจตนาจะหาเงินมาคืนมูลนิธิกฎหมายมองยังไง?) มันคนละส่วนกันครับ ถึงแม้ในคดีอาญาจะยกฟ้องไปแล้วว่าไม่ผิดแต่ทางแพ่งก็ต้องชดใช้อยู่ดี เพราะเกิดจากประมาทเลินเล่อที่ไม่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานไปวางบิลทำงาน สัญญาต่างๆ การวางบิลกันไหม มีหนี้กันจริงหรือเปล่า ยังไงแพ่งต้องชดใช้อยู่แล้ว ตอนนี้ต้องไปดูว่าคดีอาญาผิดหรือเปล่า ถ้าผิดมันก็จะรวบยอดมาเอง”

บอกไม่ได้ “ก๊อต อธิป” รับจบคนเดียว เตี๊ยมกันหรือไม่
ทนายเจมส์ : “ผมไม่สามารถที่จะเจาะจงได้ขนาดนั้น ผมไม่รู้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ต่อให้มีคนนึงรับสารภาพแต่ถ้าเส้นเงินไปแตะถึงคนอื่นคนนั้นๆ ก็ต้องรับผิดชอบครับ ก็ต้องรับผิดทางอาญาทั้งแพ่งด้วย (ที่ก็อตพูดทำให้ผิดน้อยลงไหม?) ไม่น่าเกี่ยว”

ไม่เสียดายเงิน 8 แสน
พุทธ : “เราให้ไปแล้วครับ ก็มีของมูลนิธิอีกคนนึงที่เป็นผู้ชาย อันนั้นผมให้ปากคำกับดีเอสไอไปเยอะ แต่โอนให้ของพี่บุ๋มเยอะกว่า ตอนนี้ไม่ได้บริจาคให้ใครแล้วครับ ตอนนี้คิดเยอะ”

บอกบุ๋มจะแจ้งจับสามีก่อนเป็นประเด็นวันนี้
พุทธ : “ผมไม่รู้จักคุณก๊อต แต่ผมทราบจากคุณบุ๋มตัดสินใจเล่าให้ฟังว่ามันมีปัญหาเรื่องมูลนิธิเกิดขึ้น ผมยังถามคุณบุ๋มก่อนที่จะเป็นข่าวเลยว่าจะตัดสินใจเอาผิดสามีไหม เธอยืนยันว่าเธอจะแจ้งจับสามีเธอตั้งแต่ก่อนที่จะเป็นประเด็นวันนี้ คุณบุ๋มนำเรียนว่ามันมีการเอาเงินของมูลนิธิไป (แต่วันแถลงข่าวบุ๋มไม่ได้สื่อสารแบบนี้มันเป็นการสลับขา?) อันนั้นผมตอบแทนคุณบุ๋มไม่ได้ เป็นการตัดสินใจให้สัมภาษณ์ของคุณบุ๋มเอง”