ตำรวจสืบ ตม.4 ไล่ล่าหนุ่มต่างชาติสวมบัตรคนไทย 2 ใบ ซิ่งรถหรูหนีข้ามจังหวัด รวบคานครพนม พบประวัติคดีฉ้อโกง-ปลอมบัตร เตรียมขยายผลโยงฟอกเงินหลายร้อยล้าน
วันนี้ (3 พ.ย.) พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 (ผบก.ตม.4) สั่งการให้ชุดสืบสวน ตม.4 สนธิกำลังไล่ติดตามบุคคลต่างด้าวต้องสงสัยสวมบัตรประจำตัวประชาชนไทย หลังพบเบาะแสมีพฤติการณ์ใช้เอกสารราชการของคนไทยโดยมิชอบ ก่อนเปิดปฏิบัติการไล่ล่าข้ามจังหวัดจนสามารถจับกุมตัวได้
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 11.50 น. เจ้าหน้าที่ ตม.สกลนคร พร้อมชุดสืบสวน บก.ตม.4 ได้ติดตามรถยนต์หรูต้องสงสัย ซึ่งคนขับพยายามขับหลบหนีจากจังหวัดสกลนคร มุ่งหน้าไปยังจังหวัดนครพนม เป็นระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร
เจ้าหน้าที่จึงประสานกำลังสนับสนุนจาก ตม.จว.นครพนม ตำรวจทางหลวงนครพนม และฝ่ายปกครองอำเภอเมืองนครพนม ร่วมวางกำลังสกัดจับ กระทั่งสามารถหยุดรถยนต์คันดังกล่าวได้บริเวณริมถนนนิตโย ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม
จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ขับขี่คือนายราเชน (นามสมมติ) มีลักษณะเป็นบุคคลต่างด้าว แต่กลับแสดงบัตรประจำตัวประชาชนและใบอนุญาตขับขี่ที่ออกในชื่อของนายบุญธรรม (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นบุคคลสัญชาติไทย เมื่อตรวจสอบข้อมูลพบว่าเจ้าของบัตรตัวจริงถูกนำข้อมูลไปสวมสิทธิ และบัตรประจำตัวประชาชนดังกล่าวถูกเพิกถอนในเวลาต่อมา
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายราเชน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ได้แก่ เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ใช้เอกสารราชการอันเป็นเท็จ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน และใช้หรือแสดงบัตรประจำตัวประชาชนที่เกิดจากการกระทำความผิด ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ต.ไพรัช เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.จงชนะ ประสพสุข สว.ตม.จว.สกลนคร ว่ามีเบาะแสบุคคลต่างด้าว ลักษณะคล้ายชาวอินเดียหรือปากีสถาน ซึ่งยังไม่สามารถยืนยันสัญชาติได้ แต่มีบัตรประจำตัวประชาชนไทยไว้ในครอบครอง โดยเชื่อว่าอาจได้มาโดยมิชอบ จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบและเฝ้าติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด
จากการสืบสวนพบว่า นายราเชนมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมหลายคดีในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่ปี 2557 ทั้งคดีปลอมบัตรประจำตัวประชาชน ออกเช็คชำระหนี้ แจ้งข้อความเท็จต่อเจ้าพนักงาน และฉ้อโกง นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลว่าในปีเดียวกันเคยมีพฤติการณ์สวมบัตรประจำตัวประชาชนของคนไทยถึง 2 ราย รวมถึงเคยมีหนังสือเดินทางไทยโดยใช้ชื่อบุคคลสัญชาติไทย ซึ่งต่อมาถูกยกเลิกไปแล้ว
พล.ต.ต.ไพรัช ระบุว่า หลังจากนี้จะเร่งขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน แหล่งที่มาของรายได้ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากพบพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีข้อสงสัยว่าอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายฟอกเงินมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ซึ่งจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในการกวาดล้างบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมายและใช้เอกสารราชการโดยมิชอบ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ ภายใต้แนวคิด “คนดีอยู่ได้ คนร้ายอยู่ยาก”

