‘ชัยชนะ’ ปัดอยู่เบื้องหลัง ‘ม็อบกำนันมะโน’ ซัดหน่วยงานย่านคลองหลอดหยุดตามสืบ เตือนรัฐอย่าสกัดม็อบ หวั่นน้ำผึ้งหยดเดียว
วันที่ 5 พ.ย.นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคใต้ แถลงปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน (นปผ.) และประชาชนภาคใต้ นำโดยกำนันมะโน ซึ่งนัดหมายระดมรถยนต์และรถบรรทุก 1,000 คัน เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้ลดราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 10 บาท พร้อมยืนยันว่าจะยืนเคียงข้างประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน
นายชัยชนะ กล่าวว่า หลังกลุ่มดังกล่าวประกาศนัดหมายเคลื่อนไหว โดยกำหนดจุดแรกที่สี่แยกควนหนองหงส์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ตนได้รับโทรศัพท์จากคนรู้จักแจ้งว่า มีหน่วยราชการบางหน่วยลงพื้นที่สอบถามผู้นำท้องถิ่นและบุคคลใกล้ชิด เพื่อตรวจสอบว่าตนสนับสนุนหรืออยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวหรือไม่
“ผมยืนยันว่าการออกมาเรียกร้องเป็นเรื่องแนวคิดของพี่น้องประชาชน ผู้ที่เขารู้สึกว่าประสบวิกฤตเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะพลังงานหรือราคาพืชผลทางการเกษตร ผมในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย สิ่งใดที่เป็นปัญหากับพี่น้องประชาชน ผมก็ยืนเคียงข้างประชาชน” นายชัยชนะ กล่าว
นายชัยชนะ ระบุว่า หน่วยงานที่ติดตามตรวจสอบตนควรนำเวลาไปบริการประชาชน แทนการโทรศัพท์สอบถามหรือติดตามเรื่องรถที่จะเข้าร่วมการเคลื่อนไหว เพราะประชาชนออกมาทวงถามแนวทางแก้ไขปัญหาตามที่รัฐบาลเคยให้สัญญาไว้ พร้อมย้ำว่า หากตนจะเข้าร่วมก็จะทำอย่างเปิดเผยในฐานะประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน
“ยืนยันว่าผมไม่ใช่ผู้อยู่เบื้องหลัง ถ้าจะร่วมผมก็จะร่วมในฐานะประชาชนที่เดือดร้อนเหมือนกัน ยืนยันว่าม็อบนี้เกิดขึ้นจากการรวมตัวของประชาชนเอง ไม่ได้มีการเมืองอยู่ข้างหลัง อย่าคิดทุกอย่างเป็นการเมือง” นายชัยชนะ กล่าว พร้อมตั้งคำถามถึง สส.ภาคใต้ฝ่ายรัฐบาลว่า มีความคิดเห็นอย่างไรต่อความเดือดร้อนและการออกมาเรียกร้องของประชาชน
เมื่อถามว่าจะเดินทางไปให้กำลังใจผู้ชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ขอให้ติดตาม แต่ตนขอเป็นกำลังใจให้ประชาชนทุกคนที่เดินทางมาเรียกร้องสิทธิ พร้อมกล่าวถึงหน่วยงานที่ตนระบุว่าเป็น “หน่วยงานข่าวกรองของกรมหนึ่งย่านคลองหลอด” ว่า ไม่จำเป็นต้องส่งคนหรือโทรศัพท์ไปสอบถามเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เกี่ยวกับบทบาทของตน รัฐบาลควรนำเวลาไปแก้ไขราคาน้ำมันและสินค้าที่แพงขึ้น
“เหมือนที่นายกรัฐมนตรีบอกว่ารวยไม่ไหวแล้ว แต่ประชาชนบอกว่าจนไม่ไหวแล้ว เลยต้องออกมา” นายชัยชนะ กล่าว และมองว่าการติดตามตรวจสอบดังกล่าวสะท้อนว่ารัฐบาลกลัวเงาตัวเอง พร้อมระบุว่าเป็นการริดรอนสิทธิเสรีภาพ อย่างไรก็ตาม หากวันหนึ่งตนจะออกไปต่อสู้ ก็จะออกไปในนามประชาชน ส่วนในสภาฯ จะทำหน้าที่ สส.อย่างเต็มที่
เมื่อถามว่าการชุมนุมจะทำให้รัฐบาลสั่นคลอนหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี หากรับข้อเสนอได้ประชาชนก็เดินทางกลับ พร้อมแนะนำให้รัฐบาลใช้การเจรจา ชี้แจงว่าข้อเรียกร้องใดทำได้หรือไม่ได้ และต้องใช้เวลาเท่าใด อย่าใช้อำนาจรัฐสกัดกั้นไม่ให้ผู้ชุมนุมเดินทางถึงกรุงเทพฯ เพราะอาจกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่ทำให้ปัญหาขยายตัว
ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายชัยชนะ ยืนยันว่าจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มที่ โดยนำข้อมูลความผิดพลาดในการบริหารราชการของรัฐบาลมาเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ พร้อมระบุว่า จากวันนี้ถึงวันที่ 7 ธันวาคม เหลือเวลาประมาณ 1 เดือน แม้อาจเผชิญอุปสรรคก็พร้อมรับมือ
“อาจเจอพายุ คลื่น ลมฝนบ้าง ตนก็รับได้ เพราะหัวหน้าพรรคตนยังโดนแฮกโทรศัพท์เลย ถ้าจะเจออีกก็รับได้ เพราะเกิดเป็นมนุษย์จะเจอฝนเจอพายุบ้างไม่เป็นอะไร แต่ขออย่างเดียว อย่าไปเดินตามหลังคนคิดไม่ดีกับบ้านเมือง” นายชัยชนะ กล่าว

